ชรินทิพย์ ตียาภรณ์ เจ้าของร่วม พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา และในฐานะทายาทรุ่นสองผู้บริหารธุรกิจ เปิดเผยว่าผลดำเนินงานในปีนี้ของพิมาลัยเป็นไปในทิศทางที่ดี เป็นผลจากการเปิดประเทศ ทำให้ธุรกิจรีสอร์ทฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และมีนักท่องเที่ยวเดินทางกลับเข้ามาเที่ยวในไทยมากขึ้น
โดยตลอดทั้งปี 2565 มีอัตราการเข้าพัก (occupancy) เฉลี่ย 44% RevPar 5,400 บาท และในไตรมาส 4 นี้ Occupancy 70% สูงกว่าก่อนโควิด (2562) มีทั้งแขกชาวต่างชาติที่เคยมาพิมาลัยแล้วกลับมาซ้ำ ซึ่ง 10 เดือนผ่านมา เป็นลูกค้าชาวไทยอันดับ 1 เยอรมัน อังกฤษ ตามมาด้วย ออสเตรเลีย อเมริกา และสิงคโปร์ รวมถึงลูกค้าชาวไทยที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น มาจาก การทำการตลาดทั้งเน้นกลุ่มคนไทยมากขึ้นในช่วงโควิดส่วนกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นมาหลังจากการระบาด เป็นกลุ่มลูกค้าจากอิสราเอล
โดยตลอดทั้งปี 2565 มีอัตราการเข้าพัก (occupancy) เฉลี่ย 44% RevPar 5,400 บาท และในไตรมาส 4 นี้ Occupancy 70% สูงกว่าก่อนโควิด (2562) มีทั้งแขกชาวต่างชาติที่เคยมาพิมาลัยแล้วกลับมาซ้ำ ซึ่ง 10 เดือนผ่านมา เป็นลูกค้าชาวไทยอันดับ 1 เยอรมัน อังกฤษ ตามมาด้วย ออสเตรเลีย อเมริกา และสิงคโปร์ รวมถึงลูกค้าชาวไทยที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น มาจาก การทำการตลาดทั้งเน้นกลุ่มคนไทยมากขึ้นในช่วงโควิดส่วนกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นมาหลังจากการระบาด เป็นกลุ่มลูกค้าจากอิสราเอล

ตั้งแผนปรับตัวธุรกิจ รับเปิดประเทศ
ชรินทิพย์ กล่าวว่า “ปัจจัยที่ทำให้พิมาลัยฟื้นตัวเร็ว มาจากการปรับตัวอยู่ตลอดเวลาแม้ในช่วงวิกฤต ทั้งการรีโนเวทครั้งใหญ่ในช่วงโควิด การปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของพนักงานทั้งในด้านภาษา การบริการ และฝึกอบรมให้ความรู้ด้านต่างๆ ทำให้เมื่อประเทศกลับมาเปิดอีกครั้ง จึงทำให้พิมาลัยมีความพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ทันที รวมถึงในช่วงปีที่ผ่านมายังได้ปรับใช้ประโยชน์และทำการตลาดต่อยอดนโยบายภาครัฐอีกด้วย”ขณะที่ พฤติกรรมและเทรนด์การท่องเที่ยวของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลให้อัตราการเข้าพักของพิมาลัยปรับตัวดีขึ้น ซึ่งเอกลักษณ์และจุดขายของรีสอร์ท ที่เป็นรีสอร์ทท่ามกลางธรรมชาติ เงียบ สงบ เป็นส่วนตัว และบริการระดับลักซูรี ด้วยกิจกรรมหลากหลายทั้งในรีสอร์ทและพื้นที่อุทยานใกล้เคียง สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างลงตัว ทั้งกลุ่มครอบครัว คู่รัก ไปจนถึงกลุ่มเพื่อน ที่มองหาสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยวที่เอ็กซ์คลูซีฟ เป็นไพรเวท
สร้างประสบการณ์ เจาะนักเดินทางยุคใหม่
ชรินทิพย์ กล่าวว่าในปี 2565 พิมาลัยยังทำตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเตรียมพัฒนาบริการต่าง ๆ ด้วยเงินลงทุนกว่าสิบล้านบาท เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่ในหลากหลายมิติ โดยจะเน้นที่การสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าอันน่าจดจำให้กับลูกค้า ผ่านการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก การบริการ และการสร้างสรรค์กิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ กิจกรรมผจญภัยดำน้ำลึกหรือฟรีไดร์ฟ เที่ยวเกาะที่สวยติดอันดับโลก หรือเดินป่าสำรวจธรรมชาติ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดขายของพิมาลัยและเกาะลันตา
ในขณะที่การบริการต่าง ๆ ภายในรีสอร์ทก็จะถูกยกระดับขึ้นเทียบเท่าสากลมากยิ่งขึ้นทั้งการร่วมมือกับเชฟระดับรางวัลนานาชาติเพื่อรังสรรค์ประสบการณ์รับประทานอาหารให้แก่นักชิม หรือการนำจุดขาย ‘สปา’ ที่มีขนาดใหญ่และครบวงจร เพื่อดึงดูดคนรักสุขภาพให้มาพักผ่อนพร้อมการผ่อนคลายไปในตัว รวมถึงการรีโนเวท Beach Villa จำนวน 7 หลัง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งห้องพักไฮไลท์ของรีสอร์ทให้ และปรับปรุงห้องอาหาร Seven Seas ซึ่งเป็นห้องอาหารหลักของรีสอร์ทให้กลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของเกาะลันตาอีกด้วย

หนุน ‘ทุ่งหยีเป็ง’ ล่องเรือกอนโดลาเมืองไทย
นอกจากนั้น พิมาลัยยังได้ร่วมบูรณาการการท่องเที่ยวของเกาะลันตาร่วมมือกับทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยพิมาลัยได้มีส่วนสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน โดยนำร่องส่งเสริมหมู่บ้าน ‘ทุ่งหยีเป็ง’ ให้เป็นชุมชนตัวอย่างในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและท่องเที่ยวยั่งยืน ทั้งนี้ ทุ่งหยีเป็งมีชื่อเสียงด้านทัวร์ล่องเรือแจว หรือ กอนโดล่าลันตา ชมป่าโกงกางที่สวยงามอย่างมากในขณะที่เสน่ห์ของวิถีชีวิตเกาะลันตาก็ยังคงดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของเกาะที่ยังคงโดดเด่นในเวทีโลก
ชรินทิพย์ กล่าวว่า ในปี2566 พิมาลัยวางเป้าหมายอัตราการเข้าพักไว้ที่ 64% ตลอดทั้งปี และ RevPar (รายได้ต่อห้องว่าง) อยู่ที่ 2,400 บาท และตั้งเป้า GOP (ผลกำไรจากการดำเนินงาน) ให้ได้เท่ากับปี 2562





