ชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดประชุมสัมมนา ‘การพัฒนาเพื่อยกระดับระบบติดตาม วิเคราะห์และรายงานความก้าวหน้าโครงการสำคัญ ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม’ ครั้งที่ 2 โดยเปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมีภารกิจหลัก 4 ด้าน ได้แก่
ทั้งนี้ ในปี 2566 กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบงบประมาณรวมทั้งหมดกว่า 3 แสนล้านบาท แบ่งเป็น วงเงินงบประมาณ จำนวน 201,510.96 ล้านบาท, วงเงินนอกงบประมาณ ได้แก่ เงินรายได้ของรัฐวิสาหกิจ เงินกองทุน เงินกู้ และการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership: PPP) จำนวน 104,697 ล้านบาท
โดยสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมได้ถูกมอบหมายให้นำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามความก้าวหน้าโครงการสำคัญ และการใช้จ่ายงบประมาณในการดำเนินโครงการ
ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการทดลองใช้ระบบการติดตาม วิเคราะห์และรายงานความก้าวหน้าโครงการสำคัญ ซึ่งระบบดังกล่าวทำให้สามารถติดตามผลการปฏิบัติงาน และความก้าวหน้าโครงการได้แบบ Real Time รวมทั้งทราบปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน เพื่อหาแนวทางการแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที
โดยระบบจะประมวลผลและวิเคราะห์ผลความก้าวหน้าโครงการและข้อมูลสำคัญ รายงานผลให้ผู้บริหารทราบโดยตรงด้วยระบบ Dashboard ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานลดความซ้ำซ้อนในการจัดการข้อมูล มีข้อมูลครบถ้วน และยกระดับการบริหารจัดการโครงการเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารได้อย่างรวดเร็ว และสามารถบริหารจัดการโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำหรับ 6 โครงการสำคัญ ที่จะดำเนินการติดตามในระยะแรกได้แก่
- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมทั้ง 4 มิติเข้าด้วยกัน ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ,
- การจัดกฎระเบียบ กฎหมาย เพื่อกำกับดูแลการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน โดยมีหน่วยงานทำหน้าที่กำกับดูแลให้การคมนาคมขนส่งมีความสะดวก ปลอดภัย ตรงเวลาและมีราคาสมเหตุสมผล
- การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงโครงข่าย
- การเป็นผู้ให้บริการในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นสำหรับประชาชน ให้ได้รับความสะดวก ปลอดภัย ตรงเวลา และมีราคาสมเหตุสมผล
ทั้งนี้ ในปี 2566 กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบงบประมาณรวมทั้งหมดกว่า 3 แสนล้านบาท แบ่งเป็น วงเงินงบประมาณ จำนวน 201,510.96 ล้านบาท, วงเงินนอกงบประมาณ ได้แก่ เงินรายได้ของรัฐวิสาหกิจ เงินกองทุน เงินกู้ และการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership: PPP) จำนวน 104,697 ล้านบาท
โดยสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมได้ถูกมอบหมายให้นำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามความก้าวหน้าโครงการสำคัญ และการใช้จ่ายงบประมาณในการดำเนินโครงการ
ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการทดลองใช้ระบบการติดตาม วิเคราะห์และรายงานความก้าวหน้าโครงการสำคัญ ซึ่งระบบดังกล่าวทำให้สามารถติดตามผลการปฏิบัติงาน และความก้าวหน้าโครงการได้แบบ Real Time รวมทั้งทราบปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน เพื่อหาแนวทางการแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที
โดยระบบจะประมวลผลและวิเคราะห์ผลความก้าวหน้าโครงการและข้อมูลสำคัญ รายงานผลให้ผู้บริหารทราบโดยตรงด้วยระบบ Dashboard ซึ่งจะช่วยให้หน่วยงานลดความซ้ำซ้อนในการจัดการข้อมูล มีข้อมูลครบถ้วน และยกระดับการบริหารจัดการโครงการเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารได้อย่างรวดเร็ว และสามารถบริหารจัดการโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำหรับ 6 โครงการสำคัญ ที่จะดำเนินการติดตามในระยะแรกได้แก่
- โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย - อันดามัน (Land Bridge)
- โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพ - นครราชสีมา
- โครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบราง (MR-MAP)
- โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน - นครราชสีมา
- โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครตอนทางยกระดับบางขุนเทียน - บางบัวทอง
- โครงการก่อสร้างบนพื้นที่ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2)



