ไม่อยากให้ใครมีความคิด ‘ซื้อรถ...ถ้าผ่อนไม่ไหวก็ให้ไฟแนนซ์ยึดไป’ เพราะผลเสียมักไม่จบแค่ไฟแนนซ์ยึด หากรถที่นำไปขายทอดตลาดแล้วได้มูลค่า ‘ต่ำกว่ายอดหนี้ในสัญญา’ ดังนั้นแล้ว เจ้าของจะยอมเป็นหนี้ทำไม? สู้นำรถ ซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์เคลื่อนที่ได้ เคลื่อนเขาออกไปหางาน-หาเงิน ‘ย่อมดีกว่า’
ทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาส...ใครประสบวิกฤตหนี้ รายรับไม่พอรายจ่าย แถมยังมีหนี้ผ่อนรถอีก เกรงจะไปต่อไม่ไหว ไม่ต้องตกใจ! เพราะในเทรนด์การค้าออนไลน์ และการเดินทาง ที่เปิดกว้างด้วยแอปพลิเคชันนั้น สามารถสร้างรายได้ให้ ‘คนมีรถ’ เท่ากับว่า ถ้าเจ้าของรถ ‘มีเวลาเหลือ’ ขอเพียงการเคลื่อนรถออกไปหารายได้ คุณก็สามารถมีเงินเพิ่ม โดยไม่ต้องกังวลกับหนี้ผ่อนรถอีกต่อไป
โดยงานที่ทำได้ มีทั้ง การส่งอาหาร-ส่งสินค้า, บริการรับส่งบุคคลทั่วไป, รถเพื่อการโฆษณา ‘ป้ายโฆษณาเคลื่อนที่’, เปิดท้ายขายของ Food truck, การปล่อยรถยนต์ให้เช่า
และแน่นอนว่า การจดทะเบียนเพื่อการนำรถมาใช้ในเชิงพาณิชย์โดยตรง หมายถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งการจด พ.ร.บ. รถในแต่ละปี การตรวจสอบสภาพรถที่ถูกดัดแปลงจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น รวมไปถึงข้อบังคับสำหรับการทำประกันที่มีเบี้ยการจ่ายประกันเพิ่มขึ้นสำหรับรถที่ใช้งานในเชิงพาณิชย์ และที่สำคัญหากต้องการนำรถไปจำหน่ายต่อ รถใช้งานในเชิงพาณิชย์นั้นมักมีราคาค่าตัวที่ต่ำลงกว่ารถใช้งานปกติ แม้ว่าคุณจะใช้งานสำหรับการพาณิชย์เพียงน้อยนิดก็ตาม
ดังนั้น ก่อนการนำรถยนต์มาใช้งานเพื่อหารายได้เสริม ควรศึกษาถึงจุดเด่น จุดด้อย ของงานแต่ละแบบให้ดีว่ามีข้อกำหนด หรือข้อบังคับอย่างไรบ้าง รวมไปถึงการทำประกันที่อาจต้องทำประกันในรูปแบบพิเศษสำหรับรถที่ประกอบกิจการในเชิงพาณิชย์ ให้นำสิ่งเหล่านี้มาประมวลร่วมกับรายได้ที่เกิดขึ้นคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ เมื่อสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้และมองเห็นช่องทางทำเงินที่ชัดเจน คุณจะสามารถนำรถไปใช้เพื่อการสร้างรายได้เสริมได้อย่างสบายใจ
และที่สำคัญ ยังจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดแนวโน้มหนี้สาธารณะไทยที่กำลังพุ่งสูง จากความเสี่ยง ‘รถถูกยึดอีกนับล้านคัน’ ให้มีจำนวนที่น้อยลงได้อีกด้วย
‘รถ’ ทำงานอะไรได้บ้าง?
ในยุคที่ผู้คนแทบทั้งประเทศมีพฤติกรรม ‘กิน-เที่ยว-ชอปปิ้ง’ อยู่ในโลกออนไลน์ ความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง ‘การขนส่ง’ มาแล้วทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาส...ใครประสบวิกฤตหนี้ รายรับไม่พอรายจ่าย แถมยังมีหนี้ผ่อนรถอีก เกรงจะไปต่อไม่ไหว ไม่ต้องตกใจ! เพราะในเทรนด์การค้าออนไลน์ และการเดินทาง ที่เปิดกว้างด้วยแอปพลิเคชันนั้น สามารถสร้างรายได้ให้ ‘คนมีรถ’ เท่ากับว่า ถ้าเจ้าของรถ ‘มีเวลาเหลือ’ ขอเพียงการเคลื่อนรถออกไปหารายได้ คุณก็สามารถมีเงินเพิ่ม โดยไม่ต้องกังวลกับหนี้ผ่อนรถอีกต่อไป
โดยงานที่ทำได้ มีทั้ง การส่งอาหาร-ส่งสินค้า, บริการรับส่งบุคคลทั่วไป, รถเพื่อการโฆษณา ‘ป้ายโฆษณาเคลื่อนที่’, เปิดท้ายขายของ Food truck, การปล่อยรถยนต์ให้เช่า
หลักคิด ก่อนนำรถ ไปสร้างรายได้
การนำรถส่วนตัวไปใช้ เพื่อการประกอบธุรกิจนั้น เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่เจ้าของรถต้องศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นการนำรถออกให้บริการในการรับส่งสินค้าหรือผู้โดยสาร ซึ่งตามกฎหมายแล้ว เจ้าของรถจำเป็นต้องมีใบอนุญาตขับขี่และใบอนุญาตสำหรับการใช้รถเฉพาะแบบ เมื่อมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นมาทั้งในส่วนของการรับผิดชอบและการรับประกันอาจไม่ครอบคลุมถึงรูปแบบการทำงานก็เป็นได้และแน่นอนว่า การจดทะเบียนเพื่อการนำรถมาใช้ในเชิงพาณิชย์โดยตรง หมายถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมทั้งการจด พ.ร.บ. รถในแต่ละปี การตรวจสอบสภาพรถที่ถูกดัดแปลงจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น รวมไปถึงข้อบังคับสำหรับการทำประกันที่มีเบี้ยการจ่ายประกันเพิ่มขึ้นสำหรับรถที่ใช้งานในเชิงพาณิชย์ และที่สำคัญหากต้องการนำรถไปจำหน่ายต่อ รถใช้งานในเชิงพาณิชย์นั้นมักมีราคาค่าตัวที่ต่ำลงกว่ารถใช้งานปกติ แม้ว่าคุณจะใช้งานสำหรับการพาณิชย์เพียงน้อยนิดก็ตาม
ดังนั้น ก่อนการนำรถยนต์มาใช้งานเพื่อหารายได้เสริม ควรศึกษาถึงจุดเด่น จุดด้อย ของงานแต่ละแบบให้ดีว่ามีข้อกำหนด หรือข้อบังคับอย่างไรบ้าง รวมไปถึงการทำประกันที่อาจต้องทำประกันในรูปแบบพิเศษสำหรับรถที่ประกอบกิจการในเชิงพาณิชย์ ให้นำสิ่งเหล่านี้มาประมวลร่วมกับรายได้ที่เกิดขึ้นคุ้มค่าต่อการลงทุนหรือไม่ เมื่อสามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้และมองเห็นช่องทางทำเงินที่ชัดเจน คุณจะสามารถนำรถไปใช้เพื่อการสร้างรายได้เสริมได้อย่างสบายใจ
และที่สำคัญ ยังจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยลดแนวโน้มหนี้สาธารณะไทยที่กำลังพุ่งสูง จากความเสี่ยง ‘รถถูกยึดอีกนับล้านคัน’ ให้มีจำนวนที่น้อยลงได้อีกด้วย




