ปัญหาค่าไฟแพง กลายเป็น Topic ที่ตอนนี้ไม่กล่าวถึงก็คงไม่ได้ บางบ้าน บางร้านค้า ต้องเจอกับค่าไฟที่พุ่งเกินเท่าตัว โดยเฉพาะช่วงนี้ที่อุณหภูมิความร้อนแตะระดับไม่ต่ำกว่า 35 องศา เมื่อประชาชนบ่มระงมกันแบบนี้ มีหรือในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 2566 พรรคการเมืองในแต่ละพรรคจะไม่สนใจเรื่องนี้ หลายพรรคการเมือง เลยประโคมโหมนโยบายคลายร้อน หวังดึงคะแนนเสียงกากบาทเลือกพรรคของตนเองที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 และวันนี้ทีมข่าวได้รวบรวมนโยบายแก้ไขปัญหาค่าไฟแพง ของแต่ละพรรคมาให้
เริ่มจากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคล่าสุดที่ทีมเศรษฐกิจต้องตั้งโต๊ะแถลง มาแรงแซงทางโค้ง นำโดยเกียรติ สิทธีอมร อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย ประธานคณะกรรมการต่างประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องไฟฟ้า ทางพรรคมีนโยบาย ยกเลิกค่า FT เพราะเห็นว่าในปัจจุบันการคิดคำนวณค่า FT เป็นสมมติฐาน และการทำแบบนี้ยังเป็นช่องโหว่ของการกำหนดค่าไฟฟ้า เอื้อประโยชน์ให้กับบางกลุ่ม พรรคจะทำให้ราคาไฟฟ้าตรงกับต้นทุนจริง รวมไปถึงจะกำหนดระดับกำลังการผลิตสำรองที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มาก และต้องกำหนดสัดส่วนกำลังการผลิตระหว่างรัฐกับเอกชนให้เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ยังมี พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เบอร์ 2 ของพรรค มีแนวคิดว่าหากได้เป็นรัฐบาล จะให้มีการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปแบบเสรีได้ ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศถูกลง ส่วนค่าไฟฟ้าจะมีการกำหนดราคาให้กับผู้มีรายได้น้อยหรือเกษตรกร ยูนิตละ 3.90 บาท
ด้านพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่น้อยหน้า จัดแถลงข่าวโดย มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ กรรมการยุทธศาสตร์และทีมเศรษฐกิจพรรคพลังประชารัฐ ว่าพรรคมีนโยบายการลดราคาค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนเหลือ 2.50 บาทต่อหน่วย และโรงงานอุตสาหกรรมเหลือ 2.70 บาทต่อหน่วย โดยใช้แนวปรับเปลี่ยนสัญญาสัมปทานผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเป็นสัญญาแบ่งปันผลผลิต ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติปรับลง เพื่อลดต้นทุนการผลิตได้กว่า 50% คิดจากฐานค่าไฟปัจจุบันที่ 4.77 บาทต่อหน่วย
ส่วนพรรคเพื่อไทย มีแนวคิดปรับลดราคาพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ก๊าซทันที โดยจะเร่งเจรจาพื้นที่ทับซ้อนเพื่อเพิ่มแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีราคาถูก และสามารถสร้างรายได้ให้ภาครัฐจากค่าภาคหลวง พร้อมกับสนับสนุนพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก
พรรคก้าวไกล มีแนวคิดใช้ กกพ. เปลี่ยนนโยบายจัดสรรก๊าซธรรมชาติ ลดค่าไฟ 70 สตางค์ต่อหน่วยในปีแรก ภายใน 100 วัน หลังเป็นรัฐบาล พร้อมกับปลดล็อกระบบขายไฟมิเตอร์หมุนกลับจากหลังคาบ้าน ให้ทุกบ้านติดโซลาร์เซลล์ได้ เปิดเสรีธุรกิจไฟฟ้า
ปิดท้ายด้วย พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบายฟรี โซลาร์เซลล์ หลังคาบ้าน ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท โดยประชาชนทุกคน จะได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการใช้หลังคาบ้าน ติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ในบ้านเรือนของตนเอง และส่งกระแสไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ ขายให้แก่รัฐบาล ผ่านระบบของการไฟฟ้า ซึ่งจะต้องปรับบทบาทหน้าที่ เป็นผู้สนับสนุนโครงการนี้ของรัฐบาล นอกจากนี้รับสิทธิซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า บ้านละ 1 คัน ในราคา 6,000 บาท ด้วยระบบผ่อนชำระ เดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 60 เดือน และสามารถใช้เครดิตพลังงาน เติมกระแสไฟฟ้า ได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าพลังงานสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
เริ่มจากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคล่าสุดที่ทีมเศรษฐกิจต้องตั้งโต๊ะแถลง มาแรงแซงทางโค้ง นำโดยเกียรติ สิทธีอมร อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย ประธานคณะกรรมการต่างประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เรื่องไฟฟ้า ทางพรรคมีนโยบาย ยกเลิกค่า FT เพราะเห็นว่าในปัจจุบันการคิดคำนวณค่า FT เป็นสมมติฐาน และการทำแบบนี้ยังเป็นช่องโหว่ของการกำหนดค่าไฟฟ้า เอื้อประโยชน์ให้กับบางกลุ่ม พรรคจะทำให้ราคาไฟฟ้าตรงกับต้นทุนจริง รวมไปถึงจะกำหนดระดับกำลังการผลิตสำรองที่เหมาะสม ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มาก และต้องกำหนดสัดส่วนกำลังการผลิตระหว่างรัฐกับเอกชนให้เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ยังมี พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เบอร์ 2 ของพรรค มีแนวคิดว่าหากได้เป็นรัฐบาล จะให้มีการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปแบบเสรีได้ ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศถูกลง ส่วนค่าไฟฟ้าจะมีการกำหนดราคาให้กับผู้มีรายได้น้อยหรือเกษตรกร ยูนิตละ 3.90 บาท
ด้านพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่น้อยหน้า จัดแถลงข่าวโดย มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ กรรมการยุทธศาสตร์และทีมเศรษฐกิจพรรคพลังประชารัฐ ว่าพรรคมีนโยบายการลดราคาค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนเหลือ 2.50 บาทต่อหน่วย และโรงงานอุตสาหกรรมเหลือ 2.70 บาทต่อหน่วย โดยใช้แนวปรับเปลี่ยนสัญญาสัมปทานผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยเป็นสัญญาแบ่งปันผลผลิต ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติปรับลง เพื่อลดต้นทุนการผลิตได้กว่า 50% คิดจากฐานค่าไฟปัจจุบันที่ 4.77 บาทต่อหน่วย
ส่วนพรรคเพื่อไทย มีแนวคิดปรับลดราคาพลังงาน น้ำมัน ไฟฟ้า ก๊าซทันที โดยจะเร่งเจรจาพื้นที่ทับซ้อนเพื่อเพิ่มแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีราคาถูก และสามารถสร้างรายได้ให้ภาครัฐจากค่าภาคหลวง พร้อมกับสนับสนุนพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก
พรรคก้าวไกล มีแนวคิดใช้ กกพ. เปลี่ยนนโยบายจัดสรรก๊าซธรรมชาติ ลดค่าไฟ 70 สตางค์ต่อหน่วยในปีแรก ภายใน 100 วัน หลังเป็นรัฐบาล พร้อมกับปลดล็อกระบบขายไฟมิเตอร์หมุนกลับจากหลังคาบ้าน ให้ทุกบ้านติดโซลาร์เซลล์ได้ เปิดเสรีธุรกิจไฟฟ้า
ปิดท้ายด้วย พรรคภูมิใจไทย ชูนโยบายฟรี โซลาร์เซลล์ หลังคาบ้าน ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท โดยประชาชนทุกคน จะได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการใช้หลังคาบ้าน ติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใช้ในบ้านเรือนของตนเอง และส่งกระแสไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้ ขายให้แก่รัฐบาล ผ่านระบบของการไฟฟ้า ซึ่งจะต้องปรับบทบาทหน้าที่ เป็นผู้สนับสนุนโครงการนี้ของรัฐบาล นอกจากนี้รับสิทธิซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า บ้านละ 1 คัน ในราคา 6,000 บาท ด้วยระบบผ่อนชำระ เดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 60 เดือน และสามารถใช้เครดิตพลังงาน เติมกระแสไฟฟ้า ได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าพลังงานสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า



