ราชาผลไม้ไทย ยอดส่งออกพุ่งสู่ดินแดนมังกร คาดส่งออกทั้งปีสูงกว่า 7 แสนตัน

19 เม.ย. 2566 - 09:15

  • ความต้องการทุเรียนของผู้บริโภคชาวจีนเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

  • คาดผลผลิตรวม 782,942 ตัน แบ่งเป็น การกระจายผลผลิตภายในประเทศ 154,090 ตัน แปรรูป 63,340 ตัน และส่งออก 715,990 ตัน

Economy_Export_Fruit_Board_Fruit_China_Market_Durian_SPACEBAR_Thumbnail_b76942e6bd.jpeg
ทุเรียนไทย โดยเฉพาะหมอนทองเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ทั้งต่อการบริโภคภายในประเทศและการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าที่สำคัญอย่างจีน ล่าสุดสำนักข่าวซินหัว ได้รายงานว่า บริษัท ไชน่า คอสโก ชิปปิง คอร์ปอเรชัน จำกัด ผู้ให้บริการเรือขนส่งสินค้า เปิดเผยว่า เรือสินค้าบรรทุกทุเรียนจากไทยมากกว่า 4,000 ตัน แล่นถึงท่าเรือหนานซา มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน เมื่อวันเสาร์ (15 เม.ย.) ที่ผ่านมา ว่าการขนส่งทุเรียนจากไทยสู่ท่าเรือหนานซา ใช้เวลาเพียง 4 วัน โดยทุเรียนนำเข้าจะถูกขนส่งสู่ตลาดค้าส่งผักผลไม้เจียงหนานในนครกว่างโจว ซึ่งถือเป็นศูนย์กระจายสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคจีนตอนใต้ ภายในเวลา 2 ชั่วโมง ต่อจากนั้นจะถูกกระจายสู่ซูเปอร์มาร์เก็ต และตลาดผลไม้ทั่วจีน 
 
ทั้งนี้ กว่างโจว พอร์ต กรุ๊ป คาดการณ์ปริมาณการนำเข้าทุเรียนสู่ตลาดจีนผ่านท่าเรือหนานซาในปีนี้จะสูงกว่า 160,000 ตัน ความต้องการทุเรียนของผู้บริโภคชาวจีนเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ศุลกากรหนานซาจึงดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพพิธีการศุลกากรของการนำเข้าทุเรียน พร้อมกับจัดตั้งโครงการโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็นระหว่างประเทศ เพื่อปรับปรุงขีดความสามารถตรวจสอบสินค้าห่วงโซ่ความเย็นนำเข้า
_23e4945bf2.jpeg
สำนักข่าวซินหัว
อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ว่า ได้มอบนโยบายต่อที่ประชุม คือ
  • การรักษามาตรฐานคุณภาพการผลิต การแปรรูป การส่งออกผลไม้ ตามมาตรฐาน GAP GMP และ Covid Freeรวมทั้งต้องป้องกันและปราบปรามการสวมสิทธิทุเรียน และทุเรียนอ่อนอย่างเด็ดขาด 
  • สร้างแบรนด์ผลไม้ โดยมอบหมายกระทรวงพาณิชย์สนับสนุนการสร้างแบรนด์ทั้ง Product Brand และ Farm Brand เพื่อส่งเสริมมูลค่าการค้าและการตลาด
  • สนับสนุนการแปรรูปผลผลิตผลไม้เศรษฐกิจของไทย มอบหมายผู้แทนกระทรวงอุตสากรรม นำเสนอแผนการแปรรูปผลผลิตทางเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ แก่คณะกรรมการ Fruit Board ในการประชุมคราวหน้า 
  • การพัฒนาและการบริหารโลจิสติกส์ เพื่อการส่งออกผลไม้  
  • มอบหมายฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการ Fruit Board ประสานคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน จัดการประชุมติดตามสถานณ์การผลิตผลไม้ เพื่อรองรับสถานการณ์ผลิตผลไม้ ในฤดูปีผลิต 2566 โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคใต้ 
ทั้งนี้ ได้มอบหมายคณะอนุกรรมการ ภายใต้คณะกรรมการ Fruit Board ประชุมร่วมกับคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด และให้คณะอนุกรรมการ ฯ นำเสนอผลงานความก้าวหน้าการดำเนินงาน ต่อคณะกรรมการ Fruit Board ในการประชุมครั้งต่อไป 

อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบ แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ปี 2566 ตามแผนการบริหารจัดการผลไม้ แบบเบ็ดเสร็จด้วยตัวเอง ในเชิงคุณภาพสอดคล้องตามยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ.2565 - 2570 และในเชิงปริมาณโดยจัดสมดุลอุปสงค์ อุปทาน สรุปได้ดังนี้   

    1.1) การบริหารจัดการเพื่อบริหารจัดการผลผลิต ผลผลิตรวม 782,942 ตัน แบ่งเป็น การกระจายผลผลิตภายในประเทศ 154,090 ตัน แปรรูป 63,340 ตัน และส่งออก 715,990 ตัน, มังคุด 170,046ตัน, เงาะ 194,915ตัน และลองกอง 16,981ตัน ให้เป็นไปตามกลไกตลาดปกติ รวมทั้งสิ้น 1,140,380 ตัน และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ปรับสัดส่วนข้อมูลแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2566 อีกครั้ง หลังการจากการประชุมจัดทำข้อมูลเอกภาพ ครั้งที่ 3 ในวันที่ 31 มีนาคม 2566 ได้มีมติเห็นชอบแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2566 เพื่อบริหารจัดการผลผลิต รวมทั้งสิ้น 1,053,328 ตัน ให้เป็นไปตามกลไกตลาดปกติและแจ้งเวียนคณะกรรมการทราบอีกครั้ง  

    1.2) เสนอให้คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) เป็นแกนหลักบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่ ปี 2566 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  

    1.3) กรณีที่การบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่มีปัญหา มอบหมายให้จังหวัดประสานกับฝ่ายเลขานุการคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาใช้มาตรการที่เกี่ยวข้องมาดาเนินการช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป

ขณะที่ เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับทุเรียนซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกนั้น มีการบริหารจัดการเชิงคุณภาพ โดยในระยะก่อนเก็บเกี่ยว มุ่งเน้นการจัดการและพัฒนาด้านคุณภาพเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตทุเรียนให้มีคุณภาพดี ระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต มุ่งเน้นการรณรงค์แก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพเป็นสำคัญ พร้อมกับส่งเสริมการตลาดและเพิ่มมูลค่าผลผลิต ทั้งนี้จังหวัดได้กำหนดมาตรการระยะสั้นเพื่อควบคุมและป้องกันทุเรียนอ่อนไม่ให้ออกนอกแหล่งผลิต ด้วยการจัดตั้งชุดเฉพาะกิจเพื่อช่วยกันสกัดกั้นทุเรียนอ่อนในจังหวัดแหล่งผลิตที่สำคัญ โดยใช้บทลงโทษทางกฎหมาย ได้แก่ กฎหมายอาญามาตรา 271 และ พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 47 ระยะหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต มุ่งเน้นการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตที่ตกเกรดที่มีคุณลักษณะไม่เหมาะสมสำหรับการส่งออกเป็นทุเรียนผลสด โดยการแปรรูปเป็นทุเรียนเพื่อการส่งออกในรูปทุเรียนแช่แข็ง และการแปรรูปทุเรียนทอดสูญญากาศและฟรีซดราย นอกจากนี้การบริหารจัดการเชิงปริมาณ ในระยะก่อนเก็บเกี่ยว มุ่งเน้นการสำรวจและจัดทำข้อมูลประมาณการผลผลิต การเชื่อมโยงตลาดล่วงหน้า การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ไม่ตัดทุเรียนอ่อน และในระยะเก็บเกี่ยว มุ่งเน้นกระจายผลผลิตออกสู่ตลาด  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์