แนะจับตา 2 ปัจจัย ดันราคาทองพุ่งเกิน 34,000 บาท

19 ต.ค. 2566 - 16:20

  • ชจับตา 2 ปัจจัย ดันราคาทองพุ่งอีก

  • หากรุนแรงขึ้นอาจเห็นทองไทยพุ่งเกิน 34,000

economy_gold_war_increase_SPACEBAR_Hero_ca66648256.jpg

เมื่อใดที่มีข่าวสงคราม สินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดในภาวะสงคราม คือ ทองคำ ตั้งแต่ที่มีข่าวการสู้รบระหว่างอิสราเอล และ ฮามาส ราคาทองคำสูงต่อเนื่อง และ ในวันนี้ราคาทองคำก็ทำนิวไฮใหม่

เช้าวันนี้ ราคาทองคำวันนี้ (19 ต.ค. 66) พุ่ง 300 บาท โดยเมื่อเวลา 09.24 น. ปรับขึ้นพรวดเดียว 300 บาท ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่บริเวณ 33,600 บาท และ วันนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงราคาถึง  5  ครั้ง ณ เวลา  14.40 น.  ทองคำแท่ง 96.5% ขายออก 33,600.00 บาท

วรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด มองว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาทองปรับตัวขึ้นแรงสูงสุดเป็นประวัติการณ์  มาจากสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นระหว่าง อิสราเอลกับปาเลสไตน์  โดยเฉพาะเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลอัลอาห์ลี ถูกมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางขยายวงกว้าง ** ซึ่งราคาทองยังมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อทำสถิติสูงสุดใหม่ หากมีความชัดเจนใน 2 ปัจจัย คือ กลุ่มใดเป็นคนก่อเหตุถล่มโรงพยาบาล และยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตชัดเจน

โดยเหตุการณ์โศกนาฎกรรมในครั้งนี้ ทั่วโลกกำลังจับตาว่าจริงๆ กลุ่มใดเป็นคนก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้มีข่าวออกมา 2 กระแส คือ อิสราเอล อาจเป็นคนโจมตี เพราะมีการสังเกตว่าอาวุธที่ใช้มีประสิทธิภาพในการทำลายล้างสูง มีอานุภาพสูงเกินกว่าที่จะเป็นปาเลสไตน์ทำลายตัวเอง แต่ขณะเดียวกันทางด้านสหรัฐอเมริกาก็ออกมาเข้าข้าง อิสราเอล โดยระบุว่าว่า เมื่อดูจากดาวเทียม พบว่า ขีปนาวุธถูกยิงออกมาจากพื้นที่รกร้างในฝั่งของปาเลสไตน์

ดังนั้น หลังจากนี้จะต้องติดตามว่า สรุปแล้วเหตุการณ์ที่เกิดฝ่ายใด เป็นผู้กระทำ หากชัดเจนว่า เป็นอิสราเอล โจมตีปาเลสไตน์จะทำให้เกิดความตึงเครียดมากขึ้น และมีแนวโน้มที่ราคาทองจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น  

อีกปัจจัยที่จะต้องติดตาม คือ จำนวนของผู้เสียชีวิต เนื่องจากหน่วยของกรองของสหรัฐ และยุโรป ออกมาให้ข่าวว่า ผู้เสียชีวิต แค่หลักสิบ ไม่ถึงหลักร้อย แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครทราบความจริง แต่ในทางกลับกัน ถ้ามีการยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตน้อยความตึงเครียดก็จะลดลง ราคาทองคำก็จะปรับตัวลง

ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์บริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด เปรียบเทียบราคาทองคำในช่วงสงครามรัสเซีย –  ยูเครน  กับ สถานการณ์ในขณะนี้ว่าราคาทองคำปรับขึ้นในลักษณะใกล้เคียงกัน เมื่อครั้งสงครามรัสเซีย  -  ยูเครน ราคาทองคำโลก ขึ้นไปถึง 2,069 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ดังนั้นจึงมองว่าถ้าสถานการณ์การสู้รบที่อิสราเอลบานปลาย อาจจะทำให้ราคาทองขึ้นไป 2,050 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ แต่ถ้าสถานการณ์ไม่รุนแรง ราคาทองคำน่าจะขยับลงมา

โดยราคาทองคำมีแนวต้านที่  1,983-1,987 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หรือ มากกว่า 34,000 บาท โดยระดับแนวต้านดังกล่าวต้องระวังแรงขายทำกำไร หากราคาทะลุแนวต้านดังกล่าว จะขึ้นไปทดสอบแนวต้านต่อไปที่  2,048-2,070 ดอลลาร์ต่อออนซ์  หรือเทียบเท่าราคาทองในประเทศ ประมาณ  35,000 บาท

ส่วนแนวรับระยะสั้น 1,932-1,911 ดอลลาร์ต่อออนซ์  ถ้าราคาทองคำย่อมาระดับนี้ แล้วไม่หลุดก็ยังเป็นจุดที่สามารถซื้อเล่น ระยะสั้นได้ ไม่แนะนำให้ถือยาว นักลงทุนควรเล่นเก็งกำไรระยะสั้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์