จับตาหนี้เสียบ้านพุ่งเกือบ 40% อัตราการกู้ไม่ผ่านสูงถึง 60% ส่งผลกระทบกับบ้านรอการขายที่สูงเกือบ 9 แสนล้านบาท
อดีตกรรมการและกรรมการตรวจสอบ ธนาคารแห่งประเทศไทย อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวว่า จากข้อมูลบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติล่าสุด พบว่าหนี้บ้านมีปัญหาผ่อนไม่ไหว ค้างค่างวดพุ่งกว่า 37% แนวโน้มยอดปฏิเสธสินเชื่อบ้านอาจเพิ่มขึ้น 60% ประชากรไทยประมาณไม่ต่ำกว่า 25 ล้านคนมีภาระหนี้สินรุนแรงขึ้นจากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มเป็นหนี้เพิ่มมากขึ้นจากรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายจำเป็น มูลค่าหนี้สินเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หนี้ 2 ใน 3 เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือหนี้เสีย ไม่ใช่การก่อหนี้เพื่อการลงทุน แต่เป็นสภาพชักหน้าไม่ถึงหลัง กู้มาเพื่อใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ
การที่มีการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำมาหลายปีต่อเนื่องไม่ใช่สาเหตุหลักในการกระตุ้นให้เกิดการก่อหนี้ สัดส่วนการเป็นหนี้ของภาคครัวเรือนไทยสูง เป็นผลจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมและเหลื่อมล้ำสูง 20% ของไทยเป็นหนี้ในเครดิตบูโรที่มีความเสี่ยงเป็นหนี้เสีย
บัญชีหนี้เพื่อการลงทุนทางธุรกิจและสินเชื่อบ้านคิดเป็นเพียง 4% สะท้อนอนาคตปัญหากับดักหนี้ครัวเรือนจะเป็นปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจและภาคการเงินไทยหากดอกเบี้ยขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและยังมีช่องว่างผลผลิต (Output Gap หรือ GDP Gap) มาก
กลุ่มผู้มีรายได้น้อย มีสัดส่วนหนี้ต่อรายได้อยู่ที่ 41 บาท ฉะนั้นค่าแรงงานขั้นต่ำเพียง 300 กว่าบาทต่อวันไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพแน่นอน ช่องว่างผลผลิตยังสูง หนี้ท่วม มาตรการการเงินและการคลังผ่อนคลายควบคู่กันจำเป็นต่อการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน อดิสรณ์ กล่าวในที่สุด
ก่อนหน้านี้ สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ได้รายงานภาพรวมหนี้สินครัวเรือนไทย ภายใต้ข้อมูลของเครดิตบูโรในไตรมาส 3 ปี 2566 ในส่วนของสินเชื่อรถยนต์ ที่มีหนี้ที่กำลังจะเสียเพิ่มขึ้น 17.5% หรือ 2.13แสนล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่อยู่เพียง 1.81 แสนล้านบาท ขณะที่จำนวนบัญชีที่กำลังจะเป็นหนี้เสียเพิ่มอยู่ที่ 560,427 ล้านบัญชี หรือเพิ่มขึ้น 15% จาก 487,477 บัญชี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งหากรวมหนี้ที่กำลังจะเสียจากทั้งสองกลุ่ม ทั้งสินเชื่อบ้าน และสินเชื่อรถ โดยรวมอยู่ที่เกือบ 3.5แสนล้านบาท




