ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่าหนี้ครัวเรือนในไตรมาส 2 ปี 2566 ขยายตัวเพิ่มจากไตรมาสก่อนที่3.6% มูลค่าหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 16.07 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 90.6% ของ GDP พบว่า สินเชื่อทุกประเภทขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเภทอสังหาริมทรัพย์และสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลเป็นหลัก
ส่วนในเรื่องของความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนลดลงเล็กน้อย โดยหนี้เสีย หรือ NPLs คิดเป็นมูลค่า 1.47 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 2.68% ดังนั้น ควรให้ความสำคัญกับความเสี่ยงในการติดกับดักหนี้ของเกษตรกรไทยจากมาตรการพักหนี้ของรัฐบาล เพราะจากผลการศึกษาพบว่า มาตรการดังกล่าวไม่สามารถลดหนี้ของเกษตรกรได้ เพราะผู้ที่เข้าร่วมมักมีการก่อหนี้เพิ่ม เนื่องจากรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย และการเร่งดำเนินการมาตรการปรับโครงสร้างหนี้จากลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 เพราะทิศทางมูลค่าหนี้ยังคงเพิ่มขึ้น รวมถึงบัญชีที่เป็นหนี้เสีย
ส่วนเรื่องที่รัฐบาลเตรียมประกาศแก้หนี้นอกระบบอย่างบูรณาการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม ในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ย.66) เชื่อว่า จะส่งผลต่อการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนไทย และมองว่า ปัญหาในการแก้หนี้ที่สำคัญ คือ พอช่วยเหลือทำให้หนี้นอกระบบเข้าสู่ในระบบแล้ว หลังจากนั้นก็จะกลับไปกู้หนี้ใหม่ ก็จะทำให้ต้องมีการแก้ไขปัญหานี้อีก ซึ่งต้องรอดูว่ารัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือในการแก้หนี้อย่างไรบ้าง




