ทำความรู้จัก STARK
เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น โดยมีบริษัทย่อยเป็นผู้ประกอบกิจการรายใหญ่ในการผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล อีกทั้งยังมีประสบการณ์ในธุรกิจสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลมากว่า 50 ปี นอกจากธุรกิจสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล STARK ยังมีบริษัทย่อยที่ประกอบกิจการให้บริการด้านทรัพยากรบุคคลอีกด้วย ซึ่งในช่วงระยะเวลานั้น บริษัทมีผลประกอบการที่โตขึ้นอย่างเนื่อง
ย้อนรอยปมปัญหา หุ้น STARK
เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น โดยมีบริษัทย่อยเป็นผู้ประกอบกิจการรายใหญ่ในการผลิตสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล อีกทั้งยังมีประสบการณ์ในธุรกิจสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ลมากว่า 50 ปี นอกจากธุรกิจสายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล STARK ยังมีบริษัทย่อยที่ประกอบกิจการให้บริการด้านทรัพยากรบุคคลอีกด้วย ซึ่งในช่วงระยะเวลานั้น บริษัทมีผลประกอบการที่โตขึ้นอย่างเนื่อง
ย้อนรอยปมปัญหา หุ้น STARK
- ไม่สามารถส่งงบประจำปี 2565 ได้ตามที่กำหนด
- ผู้บริหารทยอยลาออก รวมตัวกันเปลี่ยน CFO และผู้ดูแลบัญชี
- หยุดการซื้อขายหุ้น STARK เป็นระยะเวลา 3 เดือน และจะเปิดกลับมาซื้อขายตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2566 เป็นระยะเวลา 1 เดือน

STARK ประกาศแจ้งมติที่ประชุม
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร STARK ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้หมายเลข STARK239A และ STARK249A มีมติไม่ยกเว้นเหตุผิดนัด และใช้สิทธิเรียกให้หนี้เงินต้นและดอกเบี้ยภายใต้หุ้นกู้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระโดยพลัน จึงเป็นเหตุให้บริษัทมีภาระหนี้ทางการเงินที่ต้องชำระอย่างเร่งด่วน โดยการใช้สิทธิดังกล่าวยังก่อให้เกิดเหตุผิดนัดไขว้ ภายใต้สัญญาทางการเงินอื่น ๆ ทั้งหลาย และทำให้เจ้าหนี้ทางการเงินอื่น ๆ ของบริษัท สามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้หนี้ทางการเงินเหล่านั้นถึงกำหนดชำระทันที โดยในเบื้องต้นประเมินว่าจะมีหนี้ที่เกิดการผิดนัดทั้งสิ้น คือ
ตลท. ออกหนังสือขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลผลการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ของ STARK
ตามที่ STARK แจ้งข่าวเกี่ยวกับผลการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ มีมติไม่ยกเว้นเหตุผิดนัดและใช้สิทธิเรียกให้ชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยภายใต้หุ้นกู้โดยพลัน โดยขอให้ผู้ลงทุนติดตามและศึกษาข้อมูลดังกล่าวเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุน และขอให้ใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายหลักทรัพย์
อย่างไรก็ตามในส่วนของนักวิเคราะห์ต่าง ๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ว่า จะต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดเครดิตองค์กรของ STARK ,วิกฤตครั้งนี้จะสะเทือนกับบริษัทไหนบ้างได้รับผลกระทบจากปัญหาหุ้นกู้ STARK รวมถึง STARK อาจเสี่ยงถึงขั้นล้มละลายหรือไม่
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร STARK ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกู้หมายเลข STARK239A และ STARK249A มีมติไม่ยกเว้นเหตุผิดนัด และใช้สิทธิเรียกให้หนี้เงินต้นและดอกเบี้ยภายใต้หุ้นกู้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระโดยพลัน จึงเป็นเหตุให้บริษัทมีภาระหนี้ทางการเงินที่ต้องชำระอย่างเร่งด่วน โดยการใช้สิทธิดังกล่าวยังก่อให้เกิดเหตุผิดนัดไขว้ ภายใต้สัญญาทางการเงินอื่น ๆ ทั้งหลาย และทำให้เจ้าหนี้ทางการเงินอื่น ๆ ของบริษัท สามารถใช้สิทธิเรียกร้องให้หนี้ทางการเงินเหล่านั้นถึงกำหนดชำระทันที โดยในเบื้องต้นประเมินว่าจะมีหนี้ที่เกิดการผิดนัดทั้งสิ้น คือ
- หนี้หุ้นกู้ทั้ง 2 ชุด มีเงินต้นค้างชำระราว 2,241 ล้านบาท ซึ่งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ต้องส่งหนังสือแจ้งมายังบริษัท ให้ชำระหนี้ทั้งหมดภายใน 5 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ผู้ถือหุ้นมีมติดังกล่าว โดยจะกำหนดให้ บริษัทชำระหนี้เงินต้น คงค้างทั้งหมดภายใต้หุ้นกู้พร้อมดอกเบี้ย ภายใน 30 (สามสิบ) วันนับแต่วันที่ทำหนังสือเรียกให้ ชาระหนี้โดยพลันถึงบริษัท
- การผิดนัดชะระหนี้หุ้นกู้ในครั้งนี้ได้ ทำให้หุ้นกู้อีก 3 ชุด คือ STARK245A STARK255A และ STARK242A ซึ่งมีเงินต้นค้างชำระ 5,635 ล้านบาท เกิดการผิดนัดไปด้วย
- ในส่วนเจ้าหนี้ทางการเงินอื่น ๆ ที่อาจใช้สิทธิเรียกร้องให้ชำหระหนี้ทั้งหมด บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังพิจารณาเจรจาหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้เจ้าหนี้ระงับซึ่งการใช้สิทธิดังกล่าว จึงยังไม่สามารถสรุปยอดหนี้ที่อาจมีการใช้สิทธิในแบบเดียวกันได้ เนื่องจากเหตุการเรียกชำระหนี้โดยพลันของหุ้นกู้เพิ่งจะเกิดขึ้น
ตลท. ออกหนังสือขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลผลการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ของ STARK
ตามที่ STARK แจ้งข่าวเกี่ยวกับผลการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ มีมติไม่ยกเว้นเหตุผิดนัดและใช้สิทธิเรียกให้ชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยภายใต้หุ้นกู้โดยพลัน โดยขอให้ผู้ลงทุนติดตามและศึกษาข้อมูลดังกล่าวเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุน และขอให้ใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายหลักทรัพย์
อย่างไรก็ตามในส่วนของนักวิเคราะห์ต่าง ๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ว่า จะต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดเครดิตองค์กรของ STARK ,วิกฤตครั้งนี้จะสะเทือนกับบริษัทไหนบ้างได้รับผลกระทบจากปัญหาหุ้นกู้ STARK รวมถึง STARK อาจเสี่ยงถึงขั้นล้มละลายหรือไม่



