ในวันจันทร์ที่ 29 มกราคมนี้ จะเป็นอีกวันหนึ่งที่เสมือนวันชี้ชะตาชีวิตของ แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หญิงข้ามเพศพันล้าน ว่า ศาลล้มละลายกลางจะยินยอมให้ JKN เข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการตามคำขอหรือไม่ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจะมีการคัดค้านจากกลุ่มเจ้าหนี้ โดยเฉพาะเจ้าหนี้หุ้นกู้กว่า 400 ราย ที่ได้รับความเสียหายจากการผิดนัดชำระหนี้เป็นเงินกว่า 3,200 ล้านบาท และเจ้าหนี้สถาบันการเงิน และเจ้าหนี้การค้าอีกหลายราย
ถึงแม้ล่าสุด แอน จักรพงษ์ จะมีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหา เพื่อรักษาอาณาจักรของเธอเอาไว้ โดยยอมตัดขายหุ้น 50% ใน JKN Legacy ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Universe organization (MUO) ให้กับ ‘ราอูล โรชา คานตู’ มหาเศรษฐีชาวเม็กซิกัน ซึ่งเป็นเจ้าของคาสิโนและธุรกิจอีกหลายอย่างในเม็กซิโก มูลค่า 581.92 ล้านบาท แต่ดูเหมือนบรรดาเจ้าหนี้ก็ยังแสดงความสงสัยในหลายประเด็น
บรรดาเจ้าหนี้ส่วนใหญ่มองว่าการขายหุ้นครึ่งหนึ่งของ JKN ให้กับราอูล เป็นเพียงความพยายามที่จะทำให้ JKN Legacy มีสภาพคล่อง และเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจในส่วนของการจัดประกวดนางงามจักรวาล และตัวองค์กร MUO แต่ไม่ได้เป็นการช่วยสนับสนุนแผนการฟื้นฟูกิจการของบริษัทแต่อย่างใด
นอกจากนี้ตามรายงานที่ JKN ส่งให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่าทั้งสองฝ่ายมีการทำบันทึกข้อตกลงจะซื้อ-ขายมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ก่อนที่ JKN จะยื่นขอเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ และระบุว่าดีลการซื้อขายจะเสร็จสิ้นราวเดือนกันยายนปีนี้ ซึ่งยังต้องใช้เวลาอีกค่อนข้างนาน ทั้งหมดจึงอาจเป็นเพียงความพยายามเพียงเพื่อให้ได้รับเสียงสนับสนุนแผนการฟื้นฟูของ JKN เท่านั้น
ที่ผ่านมาบรรดาผู้ถือหุ้นกู้ JKN ที่ได้รับความเสียหายก็ไม่พอใจ และไม่มั่นใจกับทิศทางของบริษัท หลังจากได้รับฟังคำชี้แจงปัญหา รวมทั้งแผนฟื้นฟูกิจการในภาพรวม จากที่ปรึกษาผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯทั้งด้านธุรกิจและกฎหมายที่ทาง JKNแต่งตั้งมา เนื่องจากยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจน รวมไปจนถึงแผนในภาพรวมว่าจะฟื้นฟูกิจการของ JKN อย่างไร
ที่สำคัญคือแผนการปรับโครงสร้างหนี้ การลดหนี้ เพิ่มทุน การแสวงหาเงินทุนใหม่ ตลอดจนการขายทรัพย์สินเพื่อมาชำระหนี้ การปรับโครงสร้างองค์กร รวมถึงแผนในการดำเนินธุรกิจในอนาคต ที่ยังไม่มีความชัดเจน ทำให้เจ้าหนี้ส่วนใหญ่ยืนยันว่าจะร่วมกันคัดค้าน และยื่นคัดค้านคำขอฟื้นฟูกิจการของ JKN ต่อศาลฯ ไปเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ยังมีการรวมตัวกันยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังหลายหน่วยงาน เรียกร้องให้มีการทำการตรวจสอบ Special audit และการตรวจสอบเชิงลึกด้านอื่นๆที่สำคัญ เพื่อหยุดความเสียหายทั้งของเจ้าหนี้หุ้นกู้ JKN
ทั้งนี้ตามกระบวนการของการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ เมื่อศาลรับคำร้องขอแผนฟื้นฟูกิจการแล้ว ในวันจันทร์ที่ 29 มกราคมนี้ จะมีการไต่สวน เพื่อให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ทราบ โดยเจ้าหนี้มีสิทธิ์ยื่นคัดค้านคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และคัดค้านผู้ทำแผนตามที่ JKN เสนอมา
หากศาลไต่สวนแล้วไม่ได้ความจริง และพบว่าผู้ร้องไม่สุจริต ศาลอาจจะสั่งยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ หรืออาจจะยังไม่แต่งตั้งผู้ทำแผน โดยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไปนัดประชุมเจ้าหนี้ เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทำแผนฟื้นฟูฯแทน โดยอาจจะมีการโหวตรับรองผู้ทำแผนที่ใช้มติตามเสียงข้างมากของเจ้าหนี้




