บอร์ดไตรภาคี ยึดมติเดิมปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 2-16 บาท

20 ธ.ค. 2566 - 14:01

  • เตรียมตั้งอนุฯ ปรับสูตรคำนวณใหม่

  • ลุ้นปรับค่าจ้างอีกรอบกลางปี 2567

economy_minimum_wage_labor_money_SPACEBAR_Hero_57274723a1.jpg

ไพโรจน์  โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ชุดที่22 ครั้งที่ 10/2566 ที่มีการหารือถึงการทบทวนมติคณะกรรมการค่าจ้าง เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ดึงกลับจาก ครม.ให้นำกลับมาทบทวนใหม่

โดยที่ประชุมใช้เวลาหารือกันเกือบ 2 ชั่วโมง มี ข้อสรุปให้ยึดตามมติของคณะกรรมการค่าจ้างเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 67 ตามเดิม เนื่องจากสูตรการคำนวณค่าจ้างขั้นต่ำที่คณะกรรมการใช้ ในการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นสูตรที่คณะกรรมการ มีมติเห็นชอบให้อนุกรรมการจังหวัดทุกจังหวัด ใช้เป็นหลักเกณฑ์ ในการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งเป็นการพิจารณาด้วยเหตุผลและ ข้อมูลเศรษฐกิจปัจจุบัน

ส่วนข้อสังเกตของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรง คณะกรรมการจะได้นำไปประกอบการพิจารณาปรับสูตรในการกำหนดค่าจ้างใหม่โดยเร็วที่สุด เมื่อสภาพเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลง หรือมีข้อเรียกร้องของ ลูกจ้าง หรือเป็นความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

ปลัดกระทรวงแรงงาน ระบุด้วยว่า การพิจารณาสูตรคำนวณใหม่ จะเร่งพิจารณา เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน คาดว่าในวันที่ 17 มกราคม 67 จะมีการเสนอรายชื่อ อนุกรรมการเพื่อพิจารณาปรับสูตรคำนวณค่าจ้างใหม่ โดยจะมีผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการ มาร่วมพิจารณา หลังจากนั้นจะเสนอบอร์ดชุดใหญ่เร็วที่สุด  อาจมีการปรับขึ้นค่าจ้างอีกครั้ง ช่วงก่อนหรือหลังวันแรงงานปี 67 แต่ต้องดูความพร้อมของทุกฝ่ายด้วย ซึ่งอาจพิจารณาปรับขึ้น ตามประเภทของกิจการ โดยการปรับสูตรการคำนวณค่าจ้างครั้งนี้ถือเป็นการปรับในรอบ 6 ปี และอาจปรับขึ้นไปได้ถึง 400 บาท 

ด้านวีรสุข แก้วบุญปัน กรรมการค่าจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง ระบุว่า คณะกรรมการไตรภาคีเห็นชอบร่วมกันว่ามติที่ออกไปแล้วไม่ควรปรับใหม่ การจะปรับใหม่นั้นควรจะเป็นครั้งต่อไป และใช้สูตรใหม่ที่จะมีการพิจารณาขึ้นมา ให้เกิดความรอบคอบรัดกุมมากที่สุด  ถือเป็นการสังคายนา สูตรการคำนวณค่าแรงใหม่ เพื่อไม่มีปัญหาเหมือนปีนี้

วีรสุข ย้ำด้วยว่า อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการไตรภาคี ที่พิจารณาไปแล้วชอบด้วยกฎหมายแล้ว ถ้าปรับเปลี่ยนคงไม่เหมาะสม หากถามว่าลูกจ้างอยากได้ค่าจ้างเพิ่มหรือไม่ เชื่อว่าทุกคน อยากได้เพิ่ม แต่ต้องมองถึงสถานการณ์ความเป็นจริง หากเพิ่มไปแล้วจะมีผลกระทบหรือไม่  ส่วนถ้ามีการให้ปรับขึ้นค่าจ้างตามทักษะอาชีพ ลูกจ้างส่วนใหญ่เห็นด้วย เพราะจะทำให้ได้ ค่าจ้างสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำแรกเข้า

economy_minimum_wage_labor_money_SPACEBAR_Photo01_39d697c31a.jpg

ด้านอรรถยุทธ ลียะวณิช กรรมการค่าจ้าง ฝ่ายนายจ้าง ระบุว่า การที่คณะกรรมการยึดตามมติเดิม เป็นสิ่งที่ชอบธรรม เพราะเป็นการขึ้นตามหลักเกณฑ์และกติกา ส่วนในอนาคตถ้ามีการ สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน มีปัญหาเงินเฟ้อง หรือเศรษฐกิจไม่ดี ก็สามารถนำกลับมา เป็นเหตุผล ในการขอพิจารณาขึ้นค่าจ้างใหม่ได้ 

อรรถยุทธ  ฝากไปยังฝ่ายการเมืองว่า อย่ามาแทรกแซง และหากอยากทราบข้อมูล คณะกรรมการค่าจ้างพร้อมไปชี้แจง  แต่การที่ฝ่ายการเมืองจะออกมาให้ความเห็นจะทำให้เกิดความเสียหายแบบครั้งนี้

พร้อมระบุว่า ย้อนหลังกลับไปเมื่อปี 2556 โดน ฝ่ายการเมืองแทรกปรับขึ้นค่าแรงจาก สูงสุด 251 บาท เป็น 300 บาท ทำให้นายจ้างล้มหายตายจากไปจำนวนมากโดยเฉพาะ SMEs ซึ่งจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีก ควรจะยุติการมาแทรกแซง ซึ่งจะเป็นผลดีกับประเทศ ในระยะยาวมากกว่า 

อย่างไรก็ตาม หลังการประชุมในวันนี้  กระทรวงแรงงาน จะนำมติคณะกรรมการค่าจ้าง เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้งในสัปดาห์หน้า เพื่อปรับขึ้นค่าแรงค่าจ้างขั้นต่ำในวันให้ทันวันที่ 1 มกราคม 2567

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์