นักไอที ยืนยันใช้แอปฯ เป๋าตัง เป็นทางเลือกสุดท้ายในการแจกเงิน

14 พ.ย. 2566 - 13:53

  • จะแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท มีอุปสรรคทั้งเรื่องแหล่งเงิน ยังต้องหาวิธีการแจก

  • รัฐบาลขอต่อยอดแอปฯ เป๋าตัง แต่หลายฝ่ายยืนยันว่า ไม่ทันใช้งาน เพราะต้องใช้เวลา

economy_money_it_digital_wallet_blockchain_application_SPACEBAR_Hero_e76cc1dfbf.jpg

ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี (IMC Institute) กล่าวถึงกรณีที่เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะจัดทำ Digital Wallet เป็นแอปพลิเคชันใหม่ ต่อจากแอปฯ เป๋าตังเดิม โดยผู้พัฒนา คือ ธนาคารกรุงไทย ว่า ถ้าจะทำแอปฯ เพื่อแจกเงินและมีเวลา 6 เดือน ไม่คุ้มค่าและทำไม่ทันแน่นอน การทำแอปฯ ใหม่ให้รองรับจุดประสงค์ของนโยบายและทำออกมาแล้วคนพึงพอใจที่จะใช้งานไม่ใช่เรื่องง่าย

“ถ้าเอา blockchain มารองรับการทำธุรกรรมนอกจากเป็นไปได้ยากแล้ว Scale มันก็ไม่ได้ blockchain ไม่ได้ออกมารองรับการทำธุรกรรม ข้อดีของ blockchain คือ ความปลอดภัย blockchainช่วยในการตรวจสอบได้ ถ้าต้องการ decentralize แต่ถ้าไปเจอธุรกรรมเยอะ ๆ มันจะช้ามาก ฝันจะใช้ blockchain ในการทำธุรกรรมจึงเป็นไปไม่ได้”

ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี

เขา กล่าวต่อว่า ถ้าจะใช้ blockchain ระยะยาว ก็ค่อยพัฒนาใหม่ ไม่ใช่โครงการนี้ หากจะทำนโยบายแจกเงิน 10,000 บาท ควรใช้แค่แอปฯ เป๋าตัง ที่เอามาพัฒนาให้รองรับธุรกรรมได้ก็เพียงพอแล้ว การพัฒนา Digital Wallet ในอนาคตคงต้องมาคิดกันอีกครั้งในระยะยาว ย้ำว่าการเอา blockchain มาทำธุรกรรมนั้นจะมีอุปสรรคมาก

ส่วนถ้าอนาคตจะเอา blockchain มาเก็บข้อมูลสำคัญของประชาชน บางเรื่องสามารถทำได้บางเรื่องควรพิจารณาดี ๆ อย่างเรื่องข้อมูลการถือครองที่ดินนั้นทำได้ แต่บางเรื่องไม่จำเป็นอย่าลืมว่าเรามี NDID (บริการยืนยันตัวตนรูปแบบดิจิทัล (National Digital ID - NDID)อยู่แล้ว การจะทำอะไรต้องระวังเรื่องการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลด้วย ขอให้รัฐใช้ประโยชน์จากบริการที่มีอยู่ถือว่าดีที่สุดแล้ว 

ทั้งนี้ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ให้ข้อมูลไว้ด้วยว่าแอปฯ ใหม่จะเป็นบล็อคเชน และใช้ฐานข้อมูลเดิมของระบบเป๋าตังที่มีการลงทะเบียนไว้แล้ว และในอนาคตแอปพลิเคชันใหม่นี้ ก็จะมีบริการ เช่น เก็บข้อมูลโฉนดที่ดิน, ข้อมูลรายได้ หรือแม้แต่การถือครอง NFT

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์