การประชุมกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีผู้เข้าร่วมประชุมเพียง 3 รายคือ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ด กสทช.,ต่อพงศ์ เสลานนท์ และพล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการ กสทช. โดยหลังจากรอองค์ประชุมเป็นเวลาประมาณ 30 นาที ประธานได้สั่งปิดประชุมเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบโดยให้เลื่อนการประชุมออกไป
ทั้งนี้กรรมการที่เหลือ คือ ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต, พลอากาศโทธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ,รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และรศ.ดร.สมภาพ วิวิกรัยพงศ์ มีกระแสข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่าได้มีการทำหนังสือแจ้งต่อประธานบอร์ด กสทช.ว่าติดภารกิจสำคัญที่นัดหมายไว้ล่วงหน้าไม่สามารถมาประชุมได้

ภายหลังปิดประชุม นพ.สรณ ได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า การประชุมถือเป็นครั้งแรกที่องค์ประชุมไม่ครบ เมื่อองค์ประชุมไม่ครบจึงเลื่อนการประชุมออกไป โดยยังมีวาระค้างการพิจารณาอยู่ประมาณ 40 วาระ ซึ่งหาโอกาสเร่งพิจารณาต่อไป ส่วนวาระการประชุมสำคัญที่ค้างการพิจารณาเช่น เรื่องเกี่ยวกับวงโคจรดาวเทียม และการให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการกสทช. ทั้งนี้การประชุมบอร์ด กสทช. ครั้งต่อไป จะเป็นการประชุมนอกสถานที่ที่จังหวัดนครพนม
ภายหลังการแถลงข่าว นพ.สรณ ได้ชี้แจงกับสื่อมวลชน กรณีถูกอภิปรายโดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร ว่ามีคลินิกส่วนตัวอยู่ในต่างประเทศ ว่า ตนเรียนจบการศึกษาจากต่างประเทศ ทำให้มีใบประกอบอาชีพเวชกรรมในสหรัฐฯ แต่ใบอนุญาตหมดอายุแล้ว และไม่ต่ออายุใบอนุญาตนานแล้ว การที่เคยมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จึงมีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลของต่างประเทศ ทำให้มีคนเอาฐานข้อมูลนั้นมาใช้แบบผิด ๆ
‘ผมเป็นอาจารย์ในคณะแพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี 1993 ผมเป็นข้าราชการจะไปมีคลินิกส่วนตัวไม่ได้ ผมอยากจะขอความเป็นธรรม เพราะไม่รู้ว่ามีใครต้องการป้ายสีผม ไม่รู้มีใครเสียประโยชน์จากผมหรือเปล่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองอยู่แล้ว ทุกอย่างมีการเมืองแฝงอยู่’
ภายหลังการแถลงข่าว นพ.สรณ ได้ชี้แจงกับสื่อมวลชน กรณีถูกอภิปรายโดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏร ว่ามีคลินิกส่วนตัวอยู่ในต่างประเทศ ว่า ตนเรียนจบการศึกษาจากต่างประเทศ ทำให้มีใบประกอบอาชีพเวชกรรมในสหรัฐฯ แต่ใบอนุญาตหมดอายุแล้ว และไม่ต่ออายุใบอนุญาตนานแล้ว การที่เคยมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จึงมีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลของต่างประเทศ ทำให้มีคนเอาฐานข้อมูลนั้นมาใช้แบบผิด ๆ
‘ผมเป็นอาจารย์ในคณะแพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่ปี 1993 ผมเป็นข้าราชการจะไปมีคลินิกส่วนตัวไม่ได้ ผมอยากจะขอความเป็นธรรม เพราะไม่รู้ว่ามีใครต้องการป้ายสีผม ไม่รู้มีใครเสียประโยชน์จากผมหรือเปล่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองอยู่แล้ว ทุกอย่างมีการเมืองแฝงอยู่’




