ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันที่ปล่อยเงินกู้ออนไลน์จำนวนมากมาย ซึ่งบ่อยครั้งมิจฉาชีพก็ใช้แอปเงินกู้เหล่านี้ มาหลอกลวงเรา โดยมักใช้คำโฆษณาที่ชักจูง เช่น อนุมัติไวใน 10-15 นาที ติดแบล็กลิสต์ ก็สามารถกู้ได้ ผ่อนจ่ายได้รายเดือน วงเงินสูง
2. เรียกเก็บเงินเพื่อเป็นค่าค้ำประกัน หรือค่ามัดจำ
3. ดอกเบี้ยมีอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ระยะเวลาชำระไม่เกิน 1 สัปดาห์
4. ใช้คำพูดไม่สุภาพ ด่า ข่มขู่ หากไม่ทำตามเงื่อนไข
5. ได้รับเงินกู้ไม่เต็มจำนวน โดยอ้างว่าหักค่าบริการ ค่าธรรมเนียม โดยหักมากกว่า 40%
6. ปล่อยวงเงินกู้สูงกว่าที่ขอ เพื่อเรียกเก็บคืนเงินต้นรวมดอกเบี้ยที่สูง
7. ส่งข้อความไปข่มขู่กับบุคคลในรายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์ หรือโพสต์ประจานผู้กู้ผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อให้รีบนำเงินมาชำระ
2. โทรศัพท์เช็กกับผู้ให้บริการที่ถูกอ้างชื่อ ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ปรากฎบนเว็บไซต์ ก่อนตัดสินใจกู้เงิน
3. ตั้งสติระวังตัวก่อน ถ้าผู้ให้กู้รายใดแจ้งให้โอนเงินก่อน ให้คิดไว้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพหลอกลวงแน่นอน
วิธีที่สังเกตแอปเงินกู้ออนไลน์ที่หลอกลวง
1. สร้างแอปพลิเคชัน สำหรับเปิดกู้เงินที่ดูน่าเชื่อถือ2. เรียกเก็บเงินเพื่อเป็นค่าค้ำประกัน หรือค่ามัดจำ
3. ดอกเบี้ยมีอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด ระยะเวลาชำระไม่เกิน 1 สัปดาห์
4. ใช้คำพูดไม่สุภาพ ด่า ข่มขู่ หากไม่ทำตามเงื่อนไข
5. ได้รับเงินกู้ไม่เต็มจำนวน โดยอ้างว่าหักค่าบริการ ค่าธรรมเนียม โดยหักมากกว่า 40%
6. ปล่อยวงเงินกู้สูงกว่าที่ขอ เพื่อเรียกเก็บคืนเงินต้นรวมดอกเบี้ยที่สูง
7. ส่งข้อความไปข่มขู่กับบุคคลในรายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์ หรือโพสต์ประจานผู้กู้ผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อให้รีบนำเงินมาชำระ
สิ่งที่ต้องทำ ก่อนกู้ออนไลน์
1. เช็กว่าเป็นผู้ให้บริการตัวจริง ได้ที่ ‘เช็กแอปเงินกู้’ จากแบงก์ชาติ คลิกที่ https://www.bot.or.th/th/involve-party-license-loan.html2. โทรศัพท์เช็กกับผู้ให้บริการที่ถูกอ้างชื่อ ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ปรากฎบนเว็บไซต์ ก่อนตัดสินใจกู้เงิน
3. ตั้งสติระวังตัวก่อน ถ้าผู้ให้กู้รายใดแจ้งให้โอนเงินก่อน ให้คิดไว้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพหลอกลวงแน่นอน




