กรรมการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ศุภัช ศุภชลาศัย ได้ออกแถลงการณ์ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 6 ข้อ และยืนยันชัดเจนว่าต่อต้านและประณามการใช้ความรุนแรงและการคุกคามผู้อื่นในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะกับผู้หญิง และให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายและอำนวยความสะดวกในทุก ๆ ด้าน รวมถึงการดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ส่วนที่ไม่ได้ออกมาพูดก่อนหน้านี้ เนื่องจากต้องกระทำด้วยความรอบคอบระมัดระวัง โดยคำนึงถึงผลกระทบทางจิตใจและการละเมิดความเป็นส่วนตัว หากยังไม่ปรากฏทราบข้อเท็จจริงที่แน่ชัด แต่มีการเผยแพร่ชื่อและใบหน้าของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวและส่งผลกระทบกระเทือนทางจิตใจต่อผู้เสียหายเป็นอย่างมาก และร้องขอให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงาน กสทช. สื่อมวลชน และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ อันอาจเป็นการซ้ำเติมความรู้สึกของผู้ถูกกระทำด้วยวิธีการใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยชื่อ ภาพ อัตลักษณ์ หรือข้อมูลใดของผู้เสียหายด้วย

เขาย้ำว่า ในอนาคต ทาง กสทช. และสำนักงาน กสทช. จะร่วมกันปรับปรุงนโยบายและเพิ่มแนวทางและมาตรการในการป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวให้ดี และรัดกุมยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยคำนึงถึงหลักการการคุ้มครองผู้ถูกกระทำ การป้องกันการคุกคามหรือล่วงละเมิดในอนาคต (Protection) การไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวล (Impunity) การให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย (Fairness) และความซื่อตรงขององค์กร (Organizational Integrity) เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่สร้างหลักประกันว่า ทุกคนไม่ว่าจะเป็น กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้างทุกระดับตลอดจนผู้ปฏิบัติงาน จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมทั้งในฐานะของผู้ถูกล่วงละเมิด ผู้ถูกกล่าวหา พยานและผู้พบเห็นเหตุการณ์หากเกิดการล่วงละเมิดหรือการคุกคามขึ้น
ก่อนหน้านี้ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการ เลขาธิการ กสทช. ได้ออกคำสั่งด่วน สำนักงาน กสทช. ที่ 1259/2566 เรื่องให้ รองศาสตราจารย์ชนินทร์ มีโภคี ที่ปรึกษาประจำกรรมการ กสทช. (รองศาสตราจารย์ศุภัช ศุภชลาศัย) พ้นจากตำแหน่งทันที มีผลตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2566 และในวันเดียวกัน ชนินทร์ มีโภคีก็ได้ทำหนังสือลาออกจากตำแหน่งถึง กรรมการ กสทช. ศุภัช ศุภชลาศัย โดยให้เหตุผลว่ามีปัญหาด้านสุขภาพ และมีผลทันที
การออกประกาศ และลาออกของที่ปรึกษา เกิดขึ้นในช่วงที่สำนักงาน กสทช. มีกระแสข่าวเรื่องอื้อฉาวประจำสำนักงาน กสทช.




