ธ.ก.ส. แย้ม คลัง เตรียมล้างประวัติลูกหนี้สินเชื่อฉุกเฉินช่วงโควิด คาดให้คลังจ่ายหนี้แทน 8.7 พันล้านบาท
ฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส เผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาออกมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินในระบบตามนโยบายของรัฐบาล
โดยจะมีทั้งการดูแล SMEs และรายย่อย ขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. กำลังอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียด หากได้ข้อสรุปแล้ว จากนั้นจะเสนอ ครม. เพื่อเห็นชอบต่อไป
หนึ่งในมาตรการดูแล ปัญหาหนี้สินในระบบ สำหรับการดูแลลูกค้ารายย่อยนั้น จะเน้นดูแลลูกค้าสินเชื่อฉุกเฉินในช่วงโควิด ที่รัฐบาลให้ธนาคารออมสิน และธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือประชาชนรายละ 10,000 บาท
โดยมีลูกค้าที่ขอสินเชื่อจากทั้ง 2 ธนาคารเกือบ 2 ล้านราย ซึ่งยังไม่สรุปวิธีการดำเนินการ แต่ต้องการล้างประวัติให้ลูกหนี้ที่มีสถานะเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้กลับมามีสถานะปกติ
แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับการดูแลลูกหนี้สินเชื่อฉุกเฉินในช่วงโควิด คณะทำงานย่อยที่มี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานได้เห็นชอบในหลักการแล้ว ส่วน SMEs นั้น อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด จะมีการเสนอที่ประชุมในโอกาสถัดไป
สอดคล้องกับ แหลงข่าวในกระทรวงการคลัง ที่ระบุว่า อยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้เสียจากโครงการสินเชื่อฉุกเฉินช่วงโควิดจากธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.
โดยในส่วนของธนาคารออมสินมีอยู่ประมาณ 5.7 พันล้านบาท ขณะที่ ธ.ก.ส. มีอยู่ประมาณ 3 พันล้านบาท รวมเป็น 8.7 พันล้านบาท ซึ่งทางธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. ขอให้กระทรวงการคลังชำระหนี้ดังกล่าวให้ เพื่อให้ลูกหนี้ดังกล่าวกลับมามีสถานะปกติ
ย้อนไปก่อนหน้านี้ ช่วง ก.พ. 66 ในงานแถลงข่าว “_8_ ข้อเท็จจริงการ_เป็นหนี้ของคน_ไทย” ทาง ธนาคารแห่งประเทศไทย เคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า กลุ่มลูกหนี้สินเชื่อฉุกเฉินในช่วงโควิด-19 รายละ 10,000 บาท จากการลงพื้นที่ทราบว่า ลูกหนี้สินเชื่อฉุกเฉินในช่วงโควิด-19 รายละ 10,000 บาท หลายคนเข้าใจว่าเป็นมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยสถาบันการเงินให้เงินเปล่าเพื่อดำรงชีพช่วงโควิด ไม่ต้องชำระคืน จึงทำให้หลายคนไม่กลับมาชำระหนี้ ขณะที่ลูกหนี้บางราย ข้อมูลส่วนตัวที่ให้ไว้กับสถาบันการเงินไม่สามารถติดต่อได้




