เดิมในวันนี้ 31 ตุลาคม 2566 จะเป็นวันสุดท้ายที่ สำนักงานประกันสังคม เปิดให้ผู้ประกันตนที่ต้องการใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมในสัดส่วนของลูกจ้างไปลงทะเบียนผ่านเว็บไซด์ของสำนักงานประกันสังคมwww.sso.go.th แต่จากการเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 12-31 ตุลาคมที่ผ่านมา มีจำนวนผู้มาลงทะเบียนเพียงราว 1.2 แสนคน หรือเพียงราว หนึ่งเปอร์เซ็นต์ ของผู้ประกันตนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนราว12 ล้านคน
ตามข้อมูลของสำนักงานประกันสังคม มีผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาตรา 39และมาตรา 40 ที่อยู่ในระบบประกันสังคมจำนวนทั้งสิ้นราว 24 ล้านคน แต่เนื่องจาก มีการกำหนดให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องมีสัญชาติไทย ส่งเงินสมทบตั้งแต่ มี.ค.- ส.ค.2566 อย่างน้อย 3 เดือน จึงทำให้ฐานของผู้มีสิทธิ์ลดลงเหลือเพียงราว 12 ล้านคน
จากการที่ขาดการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกันตนทั่วประเทศได้รับทราบ และเห็นถึงความสำคัญของการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคมในส่วนตัวแทนของผู้ประกันตน ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของไทย และความยุ่งยากที่ต้องไปลงทะเบียนผ่านเว็บไซด์ จึงทำให้ผู้ประกันตนส่วนใหญ่ไม่เกิดความตื่นตัวในการไปลงทะเบียน
เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนี้ รมว.แรงงาน พิพัฒน์ รัชกิจประการ จึงสั่งการด่วน ให้มีการขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกไปจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ โดยตั้งเป้าที่จะให้มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ให้ถึงหลักล้านคน และสั่งการให้เร่งประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทาง จากนั้นจะประเมินอีกครั้งว่า ควรจะขยายเวลาออกไปอีกหรือไม่ ก่อนที่จะมีการประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งและหมายเลขผู้สมัครในวันที่ 21 พฤศจิกายน และกำหนดจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 ธันวาคมนี้
อย่างไรก็ตาม การกำหนดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมดังกล่าว ก็ยังถูกวิจารณ์ว่า สำนักงานประกันสังคม ดูจะไม่ได้ให้ความสำคัญในกาเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม และการกำหนดเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคหลายอย่าง ที่ไม่เอื้อต่อการจะทำให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการที่จะเป็นตัวแทนของผู้ประกันตน ในส่วนของลูกจ้างทั้ง 7 คน เท่าที่ควร
คำถามคือ ทำไมต้องให้ผู้ประกันตนที่อยู่ในระบบอยู่แล้ว ยังต้องไปลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิ์ ขณะเดียวกันยังต้องเดินทางไปใช้สิทธิ์ในหน่วยเลือกตั้งที่มีการกระจายไปน้อยมาก มีเพียงไม่กี่แห่งทั่วประเทศ แทนที่จะให้เลือกตั้งผ่านระบบออนไลน์
นอกจากนี้ยังต้องให้ผู้ใช้สิทธิ์ต้องจดจำตัวผู้สมัคร และไปกาหมายเลขของผู้สมัครทั้ง 7 คนเอง ทั้ง ๆ ที่มีผู้สมัครทั่วประเทศกว่า 100 ราย




