เลือกบอร์ดประกันสังคม คนไม่สนใจ หรือประชาสัมพันธ์ไร้ประสิทธิภาพ

30 ต.ค. 2566 - 17:35

  • เลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม เป็นครั้งแรกในประเทศ

  • คณะกรรมการฯ มีหน้าที่ดูแลเม็ดเงินสูงถึงกว่า 2.4 ล้านล้านบาท

  • พบยอดผู้ประกันตน ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งแค่ 1 %

economy_social_security_ministry_of_labor_insured_person_vote_SPACEBAR_Hero_903d30fe1e.jpg

คุณรู้ไหม 24 ธันวาคมนี้ จะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะกรรมการชุดนี้จะมีหน้าที่ดูแลเม็ดเงินสูงถึงกว่า 2.4 ล้านล้านบาท

ที่สำคัญวันพรุ่งนี้ (31 ต.ค.66) คือ วันสุดท้ายที่จะเปิดให้ลงทะเบียน แต่เชื่อหรือไม่? เพิ่งมีคนไปลงทะเบียนไม่ถึง 120,000 คน หรือ เพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ของผู้ประกันตนที่มีสิทธิ์ราว 12 ล้านคน

กระทรวงแรงงาน และสำนักงานประกันสังคม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาท และหน้าที่ในเรื่องนี้โดยตรง กลับบกพร่องอย่างไม่น่าให้อภัย เพราะดูเหมือนจะไม่ได้ให้ความสำคัญ และแทบไม่มีการประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้สาธารณะรับรู้ จนอดคิดไม่ได้ว่า มีประเด็นอะไรอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่?

ปัจจุบันมีคนทำงานที่อยู่ในระบบประกันสังคมจำนวนทั้งสิ้นราว 25 ล้านคน และมีบริษัทเอกชนที่อยู่ภายใต้ กฎหมายประกันสังคมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 5 แสนราย มีเม็ดเงินที่อยู่ในกองทุนประกันสังคมมีมูลค่ารวมกันกว่า 2.4 ล้านล้านบาท 

การเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นการเลือกตั้งตัวแทนเข้าไปตัดสินใจด้านนโยบายการประกันสังคมครั้งแรกของประเทศไทย หลังมีกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2558 และการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากเป็นอันดับสองของประเทศรองจากการเลือกตั้ง ส.ส. โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คือ สมาชิกในระบบประกันสังคมกว่า 25 ล้านคน ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง

แต่จากการที่มีการกำหนดให้ "ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง" ต้องขึ้นทะเบียนในระบบประกันสังคมมาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหกเดือน นับถึงเดือนที่ประกาศให้มีการเลือกตั้ง หรือต้องอยู่ในระบบประกันสังคมตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 หรือก่อนหน้านั้น หากเข้าสู่ระบบประกันสังคมในเดือนเมษายน 2566 ก็จะไม่มีสิทธิเลือกตั้ง และในระยะเวลาหกเดือนนี้ต้องจ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่าสามเดือน

นอกจากนี้ ระเบียบเลือกตั้งประกันสังคมฯ ยังกำหนดว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีสัญชาติไทย หมายความว่า คนสัญชาติอื่นที่ทำงานในประเทศไทยและเข้าระบบประกันสังคม มีส่วนได้เสียกับนโยบายของกองทุนประกันสังคมก็จะไม่มีโอกาสออกเสียงเลือกตัวแทนเพื่อไปกำหนดนโยบายประกันสังคมด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ยังต้องเป็นนายจ้างหรือผู้ประกันตนที่ได้ลงทะเบียนเป็นผู้จะใช้สิทธิเลือกตั้ง เท่ากับว่าคนที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งได้จะต้องมีการลงทะเบียนล่วงหน้าก่อน หากไม่ได้ลงทะเบียนตามวิธีการและระยะเวลาที่กำหนดก็ไม่สามารถออกเสียงเลือกตั้งในวันที่ 24 ธันวาคม 2566 ได้

ซึ่งสำนักงานประกันสังคมจะเปิดลงทะเบียนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งระหว่างวันที่ 12-31 ตุลาคม 2566 โดยลงให้ทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th และจะเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 25-31 ตุลาคม 2566 ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานจังหวัด และประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งและหมายเลขผู้สมัครในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566

จากระเบียบที่กำหนดที่ค่อนข้างยุ่งยากดังกล่าว ทำให้คาดว่ามีผู้ที่จะมีสิทธิ์ลงเลือกตั้งตามกติกาที่กำหนด จะเหลืออยู่เพียงประมาณ 12 ล้านคน และจากการขาดการประชาพันธ์ให้สาธารณะเกือบจะโดยสิ้นเชิง จนถึงวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา เพิ่งมีผู้ลงทะเบียนเพียงราว 1.2 แสนราย หรือแค่ราว หนึ่งเปอร์เซ็นต์ ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศ

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กรรมการประกันสังคมจะมีตัวแทน 3 ฝ่าย จากภาครัฐ ภาคเอกชน หรือนายจ้าง และจากภาคลูกจ้าง ฝ่ายละ 7 คน รวม 21 คน โดยภาครัฐส่วนใหญ่จะเป็นตัวแทนจากภาคราชการโดยตำแหน่ง ส่วนภาคเอกชนจะเป็นการเลือกจากตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 

ส่วนในภาคลูกจ้าง เนื่องจากเป็นการประกาศรับสมัครจากทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่ากว่าจะปิดรับสมัคร น่าจะมีผู้สมัครราว 100 คน ซึ่งแยกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ

  • กลุ่มแรก จะเป็นตัวแทนจากกลุ่มอุตสาหกรรม ที่มีการรวมตัวกันในลักษณะสหภาพแรงงานฯ เช่นสหภาพแรงงานของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์, กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ หรือกลุ่มแรงงานที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ในต่างจังหวัด
  • กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มตัวแทนอิสระ ที่เคยเคลื่อนไหวในช่วง โควิด-19 ที่เรียกว่า กลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทาน ที่นำโดยนายสัตว์แพทย์บูรณ์ อารยพล 
  • กลุ่มสุดท้าย เป็นกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์จากวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่อยู่ในกลุ่มก้าวหน้า ของค่ายสีส้ม 

อย่างไรก็ตามเชื่อว่ากลุ่มที่น่าจะได้เปรียบ น่าจะเป็นกลุ่มแรก ที่มีฐานะเสียงค่อนข้างแน่น เนื่องจากเป็นตัวแทนของกลุ่มอุตสาหกรรม 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ลูกจ้างต้องผ่านการรอคอยที่ยาวนานและการเรียกร้องอย่างต่อเนื่อง จนผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมกำลังจะได้มีสิทธิออกเสียงเลือกตัวแทนร่วมกำหนดนโยบาย แต่การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น กลับปรากฎว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ และยังไม่เข้าใจระบบและวิธีการออกเสียงเลือกตั้ง ซึ่งประเด็นที่สำคัญ คือ คนที่จะออกเสียงได้ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนภายในวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้าย

ในวันเลือกตั้ง 24 ธันวาคมที่จะถึงนี้ กำหนดให้ใช้ประเทศไทยเป็นเขตเลือกตั้ง หมายความว่าไม่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นรายจังหวัด หรือรายภูมิภาค สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนก็สามารถลงคะแนนให้กับผู้สมัครได้ทุกคน โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงเลือกผู้สมัครได้ไม่เกินเจ็ดคน จะออกเสียงให้น้อยกว่าเจ็ดคนก็ได้ และให้แต่ละจังหวัดมีสถานที่ลงคะแนนจังหวัดละหนึ่งหน่วย

การออกเสียงเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ไม่ใช่วิธีการกากบาทตามหมายเลข แต่ใช้วิธีเขียนหมายเลขของผู้สมัครเป็นเลขอารบิกลงในช่องว่าง ซึ่งหมายความว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องจดจำหมายเลขของผู้สมัครทั้งเจ็ดคนที่ต้องการจะลงคะแนนให้ได้เอง จะนำเอกสารใบปลิวหาเสียงของผู้สมัครติดตัวเข้าไปในคูหาเพื่อดูหมายเลขไม่ได้ 

การนับคะแนนจะทำที่หน่วยเลือกตั้งนั้น ๆ ทันทีที่ปิดการลงคะแนนในเวลา 16.00 น. โดยการนับคะแนนต้องทำโดยเปิดเผย ประชาชนทั่วไปทั้งผู้มีสิทธิและไม่มีสิทธิเลือกตั้งก็สามารถเข้าสังเกตการณ์การนับคะแนนได้ เช่นเดียวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 7 คนแรก จะได้รับเลือกเป็นกรรมการประกันสังคม และสำรองไว้อีก 3 คน ในกรณีที่ต้องมีการทดแทน 

ข่าวน่าสนใจ

วงในกระทรวงอุตฯ กังขา เตรียมโยกอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม

ชาวไร่อ้อย โอด โปรดเห็นใจขึ้นราคาน้ำตาลทราย

คาดเฟดคงดอกเบี้ยที่ 5.25-5.50% ในการประชุม FOMC

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์