ในการวางโครงสร้างและกลไกในการขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเพื่อไทย ตีโจทย์สำคัญ ว่า Soft Power คือ ตัวคนไทย ที่จำเป็นต้องเร่งพัฒนาทักษะฝีมือคนไทยขนานใหญ่ผ่าน OFOS โดยจะเปิดโอกาสให้ทุกครัวเรือน ส่งตัวแทนของครอบครัวหนึ่งคนมาเข้าฝึกอบรมผ่าน ‘ศูนย์บ่มเพาะสร้างสรรค์’ เพื่อยกระดับศักยภาพสร้างสรรค์ของตัวเองให้สูงขึ้นในด้านใดด้านหนึ่งจาก 8 ด้าน
การบ่มเพาะจากไต่ระดับจากพื้นฐานสู่ความเป็นเลิศ และจะมีใบรับรองศักยภาพสร้างสรรค์ผ่านการร่วมมือกับสถาบันวิชาชีพในแต่ละด้าน โดยศูนย์บ่มเพาะฯ ทั้ง 8 ด้าน จะกระจายอยู่ในพื้นที่ ตั้งแต่ระดับอำเภอ ไปจนถึงจังหวัด และระดับประเทศ โดยอาจจะถึงขั้นมีทุนส่งให้ไปเรียนในต่างประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
ศูนย์บ่มเพาะฯ จึงเป็นศูนย์ที่จะสร้างคน ทั้ง Upskill-Reskill คนไทยกว่า 20 ล้านคน ก่อนที่จะให้ THACCA ที่จะทำหน้าที่คล้ายกับ KOCCA (Korean Creative Center Agency) หรือ TAICCA (Taiwan Creative Center Agency) ที่จะทำงานร่วมกับหน่วยงาน และกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการทำให้เกิด ‘อุตสาหกรรมสร้างสรรค์’ ทั้ง 8 ด้าน
คาดว่าจะมีการรื้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพื่อปลดปล่อยเสรีภาพทางความคิด และมีการอัดฉีดเม็ดเงินผ่าน กองทุนรวม Soft Power เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวของในแต่ละด้าน ผ่านการมีส่วนร่วมของตัวแทนในแต่ละอุตสาหกรรมทั้ง 8 ด้าน ที่จะมาร่วมกำหนดนโยบายและทิศทาง
ในการสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้ง 8 ด้าน เพื่อให้สามารถสร้างรายได้ หรือสร้างเงินให้กับ แรงงานทั้ง 20 ล้านคน จึงจำเป็นต้องสร้างตลาดรองรับในระดับโลก นโยบายนี้จึงมีเป้าหมายที่จะพาธุรกิจไทยให้ไปแข่งขันให้ได้ในเวทีสากลของโลก ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นผู้มีบทบาทและแม่งานหลักในเรื่องนี้ และจะมีการขยายสำนักงาน THACCA ไปยังต่างประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มาที่ไทย และผลักดันให้นักสร้างสรรค์ของไทยสามารถก้าวไปสู่เวทีโลก
คงต้องยอมรับว่า แผนงานโครงการนี้ เป็นแนวคิด THINK BIG ตามสไตล์ของผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย คือ ทักษิณ ชินวัตร และฝันจะเป็นจริงหรือไม่ ก็คงอยู่ที่ฝีมือของ อุ๊งอิ๊ง ลูกสาวคนโปรด ที่จะให้เกิดขึ้นจริงได้หรือไม่
แต่เดิมพันนี้ หมายถึงการเข้าไปอยู่ในตำแหน่งครองใจ คนรุ่นใหม่ ที่กำลังโหยหาความหวังในชีวิต ที่อาจจะส่งผลถึงคะแนนนิยมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยไปอีกยาวนาน
ความสำเร็จหรือล้มเหลวของ นโยบายนี้ จึงอาจเป็นโจทย์ที่จะพิสูจน์และท้าทายความสามารถของว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิง จากตระกูลชินวัตร คนต่อไปก็เป็นได้...
หมายเหตุ : อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทย
การบ่มเพาะจากไต่ระดับจากพื้นฐานสู่ความเป็นเลิศ และจะมีใบรับรองศักยภาพสร้างสรรค์ผ่านการร่วมมือกับสถาบันวิชาชีพในแต่ละด้าน โดยศูนย์บ่มเพาะฯ ทั้ง 8 ด้าน จะกระจายอยู่ในพื้นที่ ตั้งแต่ระดับอำเภอ ไปจนถึงจังหวัด และระดับประเทศ โดยอาจจะถึงขั้นมีทุนส่งให้ไปเรียนในต่างประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
ศูนย์บ่มเพาะฯ จึงเป็นศูนย์ที่จะสร้างคน ทั้ง Upskill-Reskill คนไทยกว่า 20 ล้านคน ก่อนที่จะให้ THACCA ที่จะทำหน้าที่คล้ายกับ KOCCA (Korean Creative Center Agency) หรือ TAICCA (Taiwan Creative Center Agency) ที่จะทำงานร่วมกับหน่วยงาน และกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการทำให้เกิด ‘อุตสาหกรรมสร้างสรรค์’ ทั้ง 8 ด้าน
คาดว่าจะมีการรื้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพื่อปลดปล่อยเสรีภาพทางความคิด และมีการอัดฉีดเม็ดเงินผ่าน กองทุนรวม Soft Power เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวของในแต่ละด้าน ผ่านการมีส่วนร่วมของตัวแทนในแต่ละอุตสาหกรรมทั้ง 8 ด้าน ที่จะมาร่วมกำหนดนโยบายและทิศทาง
ในการสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั้ง 8 ด้าน เพื่อให้สามารถสร้างรายได้ หรือสร้างเงินให้กับ แรงงานทั้ง 20 ล้านคน จึงจำเป็นต้องสร้างตลาดรองรับในระดับโลก นโยบายนี้จึงมีเป้าหมายที่จะพาธุรกิจไทยให้ไปแข่งขันให้ได้ในเวทีสากลของโลก ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นผู้มีบทบาทและแม่งานหลักในเรื่องนี้ และจะมีการขยายสำนักงาน THACCA ไปยังต่างประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มาที่ไทย และผลักดันให้นักสร้างสรรค์ของไทยสามารถก้าวไปสู่เวทีโลก
คงต้องยอมรับว่า แผนงานโครงการนี้ เป็นแนวคิด THINK BIG ตามสไตล์ของผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย คือ ทักษิณ ชินวัตร และฝันจะเป็นจริงหรือไม่ ก็คงอยู่ที่ฝีมือของ อุ๊งอิ๊ง ลูกสาวคนโปรด ที่จะให้เกิดขึ้นจริงได้หรือไม่
แต่เดิมพันนี้ หมายถึงการเข้าไปอยู่ในตำแหน่งครองใจ คนรุ่นใหม่ ที่กำลังโหยหาความหวังในชีวิต ที่อาจจะส่งผลถึงคะแนนนิยมทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยไปอีกยาวนาน
ความสำเร็จหรือล้มเหลวของ นโยบายนี้ จึงอาจเป็นโจทย์ที่จะพิสูจน์และท้าทายความสามารถของว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิง จากตระกูลชินวัตร คนต่อไปก็เป็นได้...
หมายเหตุ : อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของพรรคเพื่อไทย





