ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป จนถึงสิ้นปี อัตราค่าไฟฟ้าจะลดลงหน่วยละ 25 สตางค์ จากอัตราปัจจุบันหน่วยละ 4.70 บาท เหลือหน่วยละ 4.45 บาทต่อหน่วย จากการที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา เรียกเก็บค่าไฟฟ้าผันแปรหรือค่าเอฟที สำหรับค่าไฟงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม หน่วยละ 66.89 สตางค์ ลดลงจากค่าเอฟทีงวดปัจจุบันที่เรียกเก็บหน่วยละ 91.19 สตางค์
‘เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การประชุม ครม. นัดแรก จะประกาศลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันทันที’
การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า เป็นอำนาจของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจสั่งให้ค่าไฟฟ้าขึ้นลงได้ตามใจชอบและ การปรับค่าไฟฟ้าขึ้นหรือลง จะทำทุก 4 เดือน ไม่ใช่ทำได้ในทันที
การที่เศรษฐาประกาศว่า จะลดค่าฟ้าทันทีหลังการประชุม ครม.นัดแรก จึงไม่ใช่เป็นนโยบายของรัฐบาล แต่เป็นมติของ กกพ. และค่าไฟฟ้าจะลดลงตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้ ก่อนที่จะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ด้วยซ้ำ
การลดค่าเอฟทีลด หน่วยละ 25 สตางค์ เป็นผลมาจากค่าแก๊สธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า มีราคาต่ำลงมาก และการผลิตแก๊สธรรมชาติในอ่าวไทย ซึ่งต้นทุนถูกกว่าแก๊สแอลพีจีนำเข้า มีปริมาณเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ถ้าคิดตามต้นทุนแก๊สที่ลดลง ค่าไฟฟ้าสามารถลดลงได้มากกว่าหน่วยละ 50 สตางค์ แต่เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้แบกรับภาระค่าเอฟทีตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อไม่ให้ค่าไฟฟ้าสูงมากเกินไป เป็นจำนวนเงินถึง 135,297 ล้านบาท เมื่อต้นทุนค่าแก๊สลดลงมาแล้ว ผู้ใช้ไฟฟ้าจึงต้องทยอยคืนหนี้ก้อนนี้ให้กับ กฟผ .ทำให้ค่าเอฟทีในงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. ลดลงน้อยกว่าราคาแก๊สที่ลดลง
หากประกาศลดค่าไฟในการประชุม ครม.นัดแรก เศรษฐาไม่ได้ขี้ตู่ เอาประกาศลดค่าไฟ ของกกพ. มาฉายซ้ำ วิธีเดียวที่จะลดค่าไฟให้มากกว่าหน่วยละ 25 สตางค์ คือ หักคอ กฟผ. ดึงหนี้ที่ต้องผ่อนคืนให้เป็นงวดกลับมาก่อน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสภาพคล่องของ กฟผ. และไม่สามารถทำได้ทันที เพราะต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องใช้เวลา และจะต้องมีกระแสคัดค้านแน่นอน
‘เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การประชุม ครม. นัดแรก จะประกาศลดค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันทันที’
การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า เป็นอำนาจของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจสั่งให้ค่าไฟฟ้าขึ้นลงได้ตามใจชอบและ การปรับค่าไฟฟ้าขึ้นหรือลง จะทำทุก 4 เดือน ไม่ใช่ทำได้ในทันที
การที่เศรษฐาประกาศว่า จะลดค่าฟ้าทันทีหลังการประชุม ครม.นัดแรก จึงไม่ใช่เป็นนโยบายของรัฐบาล แต่เป็นมติของ กกพ. และค่าไฟฟ้าจะลดลงตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้ ก่อนที่จะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ด้วยซ้ำ
การลดค่าเอฟทีลด หน่วยละ 25 สตางค์ เป็นผลมาจากค่าแก๊สธรรมชาติที่เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า มีราคาต่ำลงมาก และการผลิตแก๊สธรรมชาติในอ่าวไทย ซึ่งต้นทุนถูกกว่าแก๊สแอลพีจีนำเข้า มีปริมาณเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ถ้าคิดตามต้นทุนแก๊สที่ลดลง ค่าไฟฟ้าสามารถลดลงได้มากกว่าหน่วยละ 50 สตางค์ แต่เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้แบกรับภาระค่าเอฟทีตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อไม่ให้ค่าไฟฟ้าสูงมากเกินไป เป็นจำนวนเงินถึง 135,297 ล้านบาท เมื่อต้นทุนค่าแก๊สลดลงมาแล้ว ผู้ใช้ไฟฟ้าจึงต้องทยอยคืนหนี้ก้อนนี้ให้กับ กฟผ .ทำให้ค่าเอฟทีในงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. ลดลงน้อยกว่าราคาแก๊สที่ลดลง
หากประกาศลดค่าไฟในการประชุม ครม.นัดแรก เศรษฐาไม่ได้ขี้ตู่ เอาประกาศลดค่าไฟ ของกกพ. มาฉายซ้ำ วิธีเดียวที่จะลดค่าไฟให้มากกว่าหน่วยละ 25 สตางค์ คือ หักคอ กฟผ. ดึงหนี้ที่ต้องผ่อนคืนให้เป็นงวดกลับมาก่อน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสภาพคล่องของ กฟผ. และไม่สามารถทำได้ทันที เพราะต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องใช้เวลา และจะต้องมีกระแสคัดค้านแน่นอน



