ผู้จัดการ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือ เครดิตบูโร สุรพล โอภาสเสถียร เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา จากตัวเลขหนี้ครัวเรือนไทยทั้งหมดล่าสุด 16ล้านล้านบาท ซึ่งอยู่ในระบบเก็บข้อมูลที่เครดิตบูโร จำนวน 13.55 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 3.8% โดยในไตรมาสที่ 3 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเพียง 0.7%
สาเหตุที่ตัวเลขมูลหนี้วิ่งช้าลง น่าจะการก่อหนี้ใหม่ เริ่มถูกสถาบันการเงินคุมเข้มขึ้น เห็นได้จากมีการอนุมัติสินเชื่อน้อยลง แต่อัตราการปฏิเสธหรือ reject rate สูง
อย่างไรก็ตามหากพิจารณาในรายละเอียด ในส่วนของหนี้เสีย NPLs. หรือหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน อยู่ที่ระดับ 1.05 ล้านล้านบาท ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 1.09 ล้านล้านบาท
แต่ตัวเลขหนี้เสียที่น่ากังวล จะอยู่ที่สินเชื่อรถยนต์ เนื่องจากมีหนี้เสียสูงถึง 2.07แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อนถึง 21%
นอกจากนี้ หากลึกลงไปในรายละเอียด ลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสียในช่วงสถานการณ์ โควิด -19 หรือลูกหนี้ NPLs. รหัส 21 มีมูลหนี้รวมๆ กันราว 3.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 4% แต่เมื่อเจาะไส้ในดูจะพบว่าในจำนวนนี้เป็นหนี้รถยนต์ราว 3.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 39% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว 17%ครับ ส่วนสินเชื่อบ้านมีประมาณ 5.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3%
ขณะเดียวกัน มีหนี้ที่กำลังจะเสีย หรือลูกหนี้ SM, Special mention loan, ลูกหนี้ stage 2 หรือหนี้ที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ มีการค้างชำระ เลี้ยงงวดกันไป ๆ มา ๆ แต่ก็ยังไม่ขาดชำระติดต่อกัน 90 วัน มีจำนวน 4.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 21.4%
ในจำนวนนี้พบว่า 1.37 แสนล้านบาทเป็นหนี้บ้านครับ เพิ่มขึ้นขึ้น 37% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่น่าจะสบายใจ ส่วน หนี้รถยนต์สูงถึง 2.13 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5%




