มีคนบอกว่า ข้าราชการกระทรวงการคลัง กำลังว้าเหว่เป็นอย่างยิ่ง เพราะเจ้ากระทรวงโดยตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนปัจจุบัน ไม่ได้เข้ามาสั่งการ หรือบริหารงานแต่อย่างใด หลายคนเริ่มจำชื่อไม่ได้แล้วก็มี
กระทรวงการคลัง คือ กระทรวงเศรษฐกิจ ที่มีนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ควบตำแหน่ง สวมหมวก 2 ใบดูแลเอง ต่างจากที่ผ่านมา ที่ส่วนใหญ่จะเป็นรองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ จะควบตำแหน่งนี้ เช่น สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
ถือว่าเป็นนโยบายของแต่ละรัฐบาลที่จัดสรรตำแหน่งให้ลงตัว
รัฐมนตรีคลังคนปัจจุบัน เดินทางมากระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 14 กันยายน เวลา 13.05 น. เป็นการเดินทางมามอบหมายนโยบาย หลังตั้งคณะรัฐมนตรีเสร็จเรียบร้อย และตามธรรมเนียมปฎิบัติของกระทรวงคลัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่กระทรวง ตั้งแต่ด้านหน้าจนถึงช้างคู่หน้าตึก มีการสักการะเต็มรูปแบบ
การสักการะช้างคู่ของรัฐมนตรีคลัง เป็นไปตามธรรมเนียม และครบถ้วนสมบูรณ์ พวงมาลัย 2 ข้างไม่ขาดจากกัน และไม่มีการเคลื่อนย้ายตำแหน่งที่ตั้งของช้างคู่ โดยใช้ฤกษ์เวลา 13.14 น. ซึ่งมีความเชื่อกันว่าจะสามารถบริหารงานกระทรวงคลังได้ตลอดรอดฝั่ง
นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีคลัง เศรษฐา ทวีสิน เข้ากระทรวงมอบหมายนโยบายใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมฝาก 2 รัฐมนตรีช่วยคลัง และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผ่าภูมิ
โรจนสกุล ให้ร่วมทำงานกับข้าราชการ ร่วมมือ ร่วมแรงกัน
วัตถุประสงค์ของการมาที่กระทรวงคลัง ก็คือ มาทำความเข้าใจกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่พรรคเพื่อไทย สัญญาไว้ในช่วงหาเสียง จึงต้องมากำหนดทิศทางที่ชัดเจน เขาบอกกับข้าราชการกระทรวงคลังในวันนั้นว่า
การที่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลายนโยบาย ย่อมเป็นที่เพ่งเล็งของสาธารณชน แต่ยืนยันว่าการทำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่เพียงแค่ระยะสั้น แต่มีความจำเป็นในระยะยาว บางนโยบายต้องทำทันที ต้องใช้ปริมาณเยอะ คงไม่ต้องบอกว่าเป็นนโยบายอะไร แต่มีนัยยะ คือ กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ประชาชนต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก นโยบายนี้จะทำให้เราเดินไปข้างหน้าได้ ระหว่างที่คอยนโยบายอื่น ๆ ที่จะมาเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ให้พี่น้องประชาชน
รัฐมนตรีคลัง ต้องการสื่อถึงนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่เป็นไพ่เด็ด ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือความหมายโดยนัยยะ คือ คลังเตรียมพร้อม หางบประมาณไว้รอ ถึงจะไม่ใช่ก็ใกล้เคียงสิ่งที่รัฐมนตรีคลังวางแผนไว้
จากนั้นรัฐมนตรีคลัง ก็จากไป

นับจากวันที่ 14 กันยายน จนถึง 1 พฤศจิกายน ก็ไม่เคยมากระทรวงคลังอีกเลย
คำนวณเวลาแบบเร็ว ๆ ประมาณการนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีคลัง 45 วัน คิดเป็น 10,980 ชั่วโมง มาทำงานที่กระทรวงวันแรก 2 ชั่วโมง สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการฯ จะได้รับเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่งเดือนละ 115,740 บาท
มีการตั้งข้อสังเกตว่า การที่รัฐมนตรีคลังไม่แวะเวียนมาที่กระทรวง อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เรือธง ของรัฐบาล คือ โครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ไม่คืบหน้าไปเท่าที่ควร แถมยังมีอุปสรรคมากมาย ทั้งเรื่องเม็ดเงิน ระบบ และวิธีการ ถึงแม้จะมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการ แต่ในการพิจารณาแนวทางในด้านต่าง ๆ จำเป็นต้องมีผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ
แต่มาถึงวันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างนำข้อสังเกต ข้อทักท้วง ตลอดจนข้อเสนอต่าง ๆ ขึ้นมาวางบนโต๊ะประชุมจนเกือบหมดแล้ว แต่ไม่มีคนที่จะตัดสินใจ ทำให้ทีมงานเริ่มเกิดความไม่มั่นใจว่า ในที่สุดโครงการนี้จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร แต่ทุกคนก็ทราบดีว่า ถึงอย่างไรก็ต้องหาทางเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปให้ได้
ตอนนี้ข้าราชการกระทรวงการคลัง บางคนถึงกับคิดมาก ถึงขนาดไปมโนเอาเองว่า หรือนายกฯเศรษฐา จะออกอาการงอนที่ดูเหมือน คนของคลังไม่ค่อยให้ความร่วมมือ จึงพาลไม่เข้ามากระทรวง ประชดไปเลย
เอาเป็นว่า มาคลังไม่เจอรัฐมนตรีว่าการ ก็มาไหว้ช้างคู่ ที่รอรับทุกคน ทุกระดับ




