จากกรณีที่รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ได้หยิบยกแนวโน้มที่จะมีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น คือ ปี 2566 จะมีผู้สูงอายุประมาณ 13.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 20%ของประชากรทั้งประเทศ ส่วนใน 10 ปีข้างหน้า หรือในปี 2576 ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ มีผู้สูงอายุประมาณ 18.38 ล้านคน หรือ 28% ของประชากรทั้งหมด จากนั้นในปี 2583ผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็น 20.51 ล้านคน คิดเป็น 31.37% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งเท่ากับว่าประชากรสูงอายุจะคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ
พร้อมเสนอแนวทางปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) จาก 7% เป็น 10% นั้น ซึ่งปรับเพิ่มขึ้น 3% รัฐฯ อาจออกกฎหมายเฉพาะ มาเป็นเงินออมของประชาชนเพื่อใช้วัยเกษียณ
ล่าสุดกระทรวงการคลัง โดยพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงประเด็นถึงแนวทางการแก้ปัญหาการออมสำหรับผู้สูงอายุ ที่จะปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก 7% เป็น 10% โดยในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรับเพิ่มขึ้นมาอีก 3% นั้นจะออกกฎหมายเฉพาะ
โดยกระทรวงการคลัง ขอยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามแนวคิดดังกล่าว
พร้อมเสนอแนวทางปรับเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) จาก 7% เป็น 10% นั้น ซึ่งปรับเพิ่มขึ้น 3% รัฐฯ อาจออกกฎหมายเฉพาะ มาเป็นเงินออมของประชาชนเพื่อใช้วัยเกษียณ
ล่าสุดกระทรวงการคลัง โดยพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงประเด็นถึงแนวทางการแก้ปัญหาการออมสำหรับผู้สูงอายุ ที่จะปรับเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม จาก 7% เป็น 10% โดยในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรับเพิ่มขึ้นมาอีก 3% นั้นจะออกกฎหมายเฉพาะ
โดยกระทรวงการคลัง ขอยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีนโยบายการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามแนวคิดดังกล่าว




