รัฐโชว์ดัน EEC ความหวังเมืองใหม่น่าอยู่ ต้นแบบอัจฉริยะของโลก

16 ม.ค. 2566 - 17:57

  • รัฐวางเป้า ปั้นโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC เป็นหมุดหมาย 1 ใน 10 เมืองน่าอยู่อัจฉริยะของโลก ปี 2580

  • ล่าสุดจัดการที่ดินฯ จ่ายชดเชย ที่ สปก. แล้ว 2.4 พันไร่

  • คาดเริ่มเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนและพัฒนาพื้นที่ ปี 2567

EEC_business_center_smart_new_city_world_SPACEBAR_Thumbnail_2841d947b5.jpeg
ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและผลักดันเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC อย่างต่อเนื่อง โดยได้เร่งรัดติดตามโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะอย่างใกล้ชิด ซึ่งโครงการนี้มีพื้นที่โครงการ 14,619 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี มีการจัดวางโซนพื้นที่พัฒนาเมือง ได้แก่ 
  • ศูนย์สำนักงานภูมิภาค และศูนย์ราชการ EEC 
  • ศูนย์กลางการเงิน EEC 
  • ศูนย์การแพทย์แม่นยำ และการแพทย์อนาคต 
  • ศูนย์การศึกษา วิจัยและพัฒนา นานาชาติ 
  • ศูนย์ธุรกิจอนาคต 
  • ที่พักอาศัยสำหรับคนทุกกลุ่ม 
รวมถึงการเดินทางภายในพื้นที่ จะมีการวางโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมด้วยการไม่ใช้เครื่องยนต์เป็นหลัก เช่น รถไฟเชื่อมโยง รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้ารางเบาในเขตพื้นที่เมืองชั้นใน รถเมล์ไฟฟ้า และเรือโดยสารภายในพื้นที่โครงการ 

การดำเนินการทั้งหมด คืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยจากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 ที่เห็นชอบอนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จำนวน 14,619 ไร่ ในพื้นที่ดำเนินโครงการ ที่ ต.ห้วยใหญ่ นั้น คณะกรรมการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ซึ่งได้จัดประชุมเมื่อ 28 ธันวาคม 2565 ได้เห็นชอบและรับทราบความคืบหน้าโครงการที่อยู่ในเขต สปก. ตามที่ได้จัดทำแผนแม่บทแล้วเสร็จ กำหนดระยะเวลาพัฒนาโครงการ 20 ปี แบ่งออกเป็น 3 ระยะ แล้วดังต่อไปนี้ 
  • ระยะแรก 5,700 ไร่ 
  • ระยะที่สอง 4,000 ไร่  
  • และระยะสุดท้าย 4,919 ไร่  
โดย สกพอ. และ ส.ป.ก. ได้ดำเนินการจ่ายค่าชดเชยให้เกษตรกรผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. ในระยะแรกแล้วทั้งสิ้น 2,483 ไร่ คาด สามารถเตรียมที่ดินในเฟสแรกให้พร้อมได้ ใน 5 ปีข้างหน้า  

และคาดว่า ภายในไตรมาสแรกของปี 2566 นี้ จะเริ่มดำเนินการสรรหาและคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญในการสร้างเมืองอัจฉริยะระดับโลก ซึ่งมีประสบการณ์พัฒนาสมาร์ทซิตี้ให้สำเร็จมาแล้ว ทั้งในเกาหลี ซาอุดิอาระเบีย และญี่ปุ่น เพื่อมาออกแบบผังและจัดโซนของโครงการ รวมทั้งวิเคราะห์ธุรกิจที่เหมาะสมที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ โดยกำหนดให้ทำการศึกษาแล้วเสร็จใน 18 เดือน และจะเริ่มให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนและพัฒนาพื้นที่ได้ในปี 2567 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายในการพัฒนาศูนย์กลางธุรกิจและการเงินระดับภูมิภาคมาตรฐานเทียบเท่าสากลใน  เพื่อให้เป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 1 ใน 10 เมืองของโลกในปี 2580 ซึ่งแหล่งที่อยู่อาศัยแห่งอนาคตให้ มนุษย์และเทคโนโลยีอยู่ร่วมกัน ตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG ที่มีคุณภาพชีวิตระดับสากล ที่เมื่อแล้วเสร็จตามเป้าหมาย จะสามารถรองรับประชากรได้กว่า 350,000 คน ภายในปี 2575 สร้างงานได้ไม่น้อยกว่า 200,000 ตำแหน่ง รองรับแรงงานคุณภาพสูง มูลค่าการจ้างงานกว่า 1.2 ล้านล้านบาท มีธุรกิจและบริการตามมาตรฐานสากล 150 -300 กิจการ  

และจากมูลค่าการลงทุนโดยรวมประมาณ 1.35 ล้านล้านบาท จะสามารถช่วยกระตุ้นการขยายตัวของ GDP ให้เพิ่มขึ้นประมาณ 2 ล้านล้านบาท ภายใน 10 ปี  ที่สำคัญสินทรัพย์ที่โอนกรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของรัฐ เมื่อสิ้นสุดสัญญา 50 ปี จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์