ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและผลักดันเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC อย่างต่อเนื่อง โดยได้เร่งรัดติดตามโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะอย่างใกล้ชิด ซึ่งโครงการนี้มีพื้นที่โครงการ 14,619 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี มีการจัดวางโซนพื้นที่พัฒนาเมือง ได้แก่
การดำเนินการทั้งหมด คืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยจากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 ที่เห็นชอบอนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จำนวน 14,619 ไร่ ในพื้นที่ดำเนินโครงการ ที่ ต.ห้วยใหญ่ นั้น คณะกรรมการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ซึ่งได้จัดประชุมเมื่อ 28 ธันวาคม 2565 ได้เห็นชอบและรับทราบความคืบหน้าโครงการที่อยู่ในเขต สปก. ตามที่ได้จัดทำแผนแม่บทแล้วเสร็จ กำหนดระยะเวลาพัฒนาโครงการ 20 ปี แบ่งออกเป็น 3 ระยะ แล้วดังต่อไปนี้
และคาดว่า ภายในไตรมาสแรกของปี 2566 นี้ จะเริ่มดำเนินการสรรหาและคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญในการสร้างเมืองอัจฉริยะระดับโลก ซึ่งมีประสบการณ์พัฒนาสมาร์ทซิตี้ให้สำเร็จมาแล้ว ทั้งในเกาหลี ซาอุดิอาระเบีย และญี่ปุ่น เพื่อมาออกแบบผังและจัดโซนของโครงการ รวมทั้งวิเคราะห์ธุรกิจที่เหมาะสมที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ โดยกำหนดให้ทำการศึกษาแล้วเสร็จใน 18 เดือน และจะเริ่มให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนและพัฒนาพื้นที่ได้ในปี 2567
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายในการพัฒนาศูนย์กลางธุรกิจและการเงินระดับภูมิภาคมาตรฐานเทียบเท่าสากลใน เพื่อให้เป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 1 ใน 10 เมืองของโลกในปี 2580 ซึ่งแหล่งที่อยู่อาศัยแห่งอนาคตให้ มนุษย์และเทคโนโลยีอยู่ร่วมกัน ตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG ที่มีคุณภาพชีวิตระดับสากล ที่เมื่อแล้วเสร็จตามเป้าหมาย จะสามารถรองรับประชากรได้กว่า 350,000 คน ภายในปี 2575 สร้างงานได้ไม่น้อยกว่า 200,000 ตำแหน่ง รองรับแรงงานคุณภาพสูง มูลค่าการจ้างงานกว่า 1.2 ล้านล้านบาท มีธุรกิจและบริการตามมาตรฐานสากล 150 -300 กิจการ
และจากมูลค่าการลงทุนโดยรวมประมาณ 1.35 ล้านล้านบาท จะสามารถช่วยกระตุ้นการขยายตัวของ GDP ให้เพิ่มขึ้นประมาณ 2 ล้านล้านบาท ภายใน 10 ปี ที่สำคัญสินทรัพย์ที่โอนกรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของรัฐ เมื่อสิ้นสุดสัญญา 50 ปี จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า
- ศูนย์สำนักงานภูมิภาค และศูนย์ราชการ EEC
- ศูนย์กลางการเงิน EEC
- ศูนย์การแพทย์แม่นยำ และการแพทย์อนาคต
- ศูนย์การศึกษา วิจัยและพัฒนา นานาชาติ
- ศูนย์ธุรกิจอนาคต
- ที่พักอาศัยสำหรับคนทุกกลุ่ม
การดำเนินการทั้งหมด คืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยจากผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 ที่เห็นชอบอนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จำนวน 14,619 ไร่ ในพื้นที่ดำเนินโครงการ ที่ ต.ห้วยใหญ่ นั้น คณะกรรมการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ซึ่งได้จัดประชุมเมื่อ 28 ธันวาคม 2565 ได้เห็นชอบและรับทราบความคืบหน้าโครงการที่อยู่ในเขต สปก. ตามที่ได้จัดทำแผนแม่บทแล้วเสร็จ กำหนดระยะเวลาพัฒนาโครงการ 20 ปี แบ่งออกเป็น 3 ระยะ แล้วดังต่อไปนี้
- ระยะแรก 5,700 ไร่
- ระยะที่สอง 4,000 ไร่
- และระยะสุดท้าย 4,919 ไร่
และคาดว่า ภายในไตรมาสแรกของปี 2566 นี้ จะเริ่มดำเนินการสรรหาและคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญในการสร้างเมืองอัจฉริยะระดับโลก ซึ่งมีประสบการณ์พัฒนาสมาร์ทซิตี้ให้สำเร็จมาแล้ว ทั้งในเกาหลี ซาอุดิอาระเบีย และญี่ปุ่น เพื่อมาออกแบบผังและจัดโซนของโครงการ รวมทั้งวิเคราะห์ธุรกิจที่เหมาะสมที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ โดยกำหนดให้ทำการศึกษาแล้วเสร็จใน 18 เดือน และจะเริ่มให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนและพัฒนาพื้นที่ได้ในปี 2567
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายในการพัฒนาศูนย์กลางธุรกิจและการเงินระดับภูมิภาคมาตรฐานเทียบเท่าสากลใน เพื่อให้เป็นเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ 1 ใน 10 เมืองของโลกในปี 2580 ซึ่งแหล่งที่อยู่อาศัยแห่งอนาคตให้ มนุษย์และเทคโนโลยีอยู่ร่วมกัน ตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG ที่มีคุณภาพชีวิตระดับสากล ที่เมื่อแล้วเสร็จตามเป้าหมาย จะสามารถรองรับประชากรได้กว่า 350,000 คน ภายในปี 2575 สร้างงานได้ไม่น้อยกว่า 200,000 ตำแหน่ง รองรับแรงงานคุณภาพสูง มูลค่าการจ้างงานกว่า 1.2 ล้านล้านบาท มีธุรกิจและบริการตามมาตรฐานสากล 150 -300 กิจการ
และจากมูลค่าการลงทุนโดยรวมประมาณ 1.35 ล้านล้านบาท จะสามารถช่วยกระตุ้นการขยายตัวของ GDP ให้เพิ่มขึ้นประมาณ 2 ล้านล้านบาท ภายใน 10 ปี ที่สำคัญสินทรัพย์ที่โอนกรรมสิทธิ์กลับมาเป็นของรัฐ เมื่อสิ้นสุดสัญญา 50 ปี จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่า



