กบน.ลดอุดหนุน ดันราคาน้ำมันขึ้น

9 ก.ย. 2569 - 10:37

  • ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งต่อ Brent จ่อ 100 ดอลลาร์ ท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลางและความเสี่ยงด้านอุปทาน

  • กบน.ขยับราคาหน้าปั๊ม ดีเซลเพิ่ม 0.70 บาทต่อลิตร เบนซิน-แก๊สโซฮอล์เพิ่ม 0.80 บาทต่อลิตร มีผล 9 ก.ย. 69

  • กองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 8.3 หมื่นล้าน ภาระชดเชยสูงราว 500 ล้านบาทต่อวัน ทำให้ต้องลดแรงอุดหนุนและรักษาสภาพคล่องกองทุน

กบน.ลดอุดหนุน ดันราคาน้ำมันขึ้น

กบน.ลดอุดหนุน ปล่อยราคาน้ำมันสะท้อนต้นทุน
หลังตลาดโลกพุ่ง กองทุนน้ำมันฯ ติดลบกว่า 8.3 หมื่นล้านบาท

หลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด มีผลตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 โดยดีเซลเพิ่ม 0.70 บาทต่อลิตร และกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์เพิ่ม 0.80 บาทต่อลิตร สถานการณ์ราคาพลังงานยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ Brent ขยับขึ้นแตะระดับเกือบ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในวันที่ 8 กันยายน และระหว่างการซื้อขายเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ปิดที่ 93.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน สะท้อนแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านอุปทานในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย

ขณะที่ตลาดน้ำมันสำเร็จรูปในเอเชียเผชิญแรงกดดันมากขึ้น โดยราคาดีเซลตลาดสิงคโปร์วันที่ 8 กันยายนพุ่งขึ้นเหนือ 172 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเบนซินอยู่ที่ประมาณ 137 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่สะท้อนมายังราคาน้ำมันในประเทศ

แรงกดดันครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงความเสี่ยงที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะติดขัด ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญต่อการขนส่งน้ำมันของโลก โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่าปริมาณเรือสินค้าที่ผ่านช่องแคบดังกล่าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังอิหร่านส่งสัญญาณตอบโต้ต่อการโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน

สำหรับประเทศไทย แรงกดดันจากราคาตลาดโลกเกิดขึ้นในช่วงที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระสูง โดยสถานะกองทุนติดลบมากกว่า 83,000 ล้านบาท และต้องแบกรับภาระชดเชยประมาณ 500 ล้านบาทต่อวัน ทำให้ กบน. จำเป็นต้องทยอยลดภาระการอุดหนุนและเปิดให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนตลาดโลกมากขึ้น เพื่อรักษาสภาพคล่องของกองทุน

ภายใต้มติล่าสุด ส่งผลให้ราคาขายปลีกดีเซลหมุนเร็วธรรมดาปรับขึ้นเป็น 39.84 บาทต่อลิตร ขณะที่ B20 อยู่ที่ 34.84 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มเบนซิน เบนซิน 95 อยู่ที่ 48.08 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 39.09 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 38.72 บาทต่อลิตร E20 อยู่ที่ 34.09 บาทต่อลิตร และ E85 อยู่ที่ 30.03 บาทต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569

การปรับราคาครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการเปลี่ยนแปลงราคาหน้าปั๊ม แต่สะท้อนข้อจำกัดของการใช้กองทุนน้ำมันฯ ในการรับแรงกระแทกจากตลาดโลก เมื่อราคาพลังงานปรับขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่กองทุนต้องรักษาสมดุลระหว่างการดูแลค่าครองชีพของประชาชนกับการรักษาสภาพคล่องเพื่อให้สามารถรองรับความผันผวนในระยะต่อไป

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกจึงยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะพัฒนาการความขัดแย้งในตะวันออกกลางและสถานการณ์การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากความเสี่ยงด้านอุปทานยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องและเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงาน ภาคธุรกิจ และค่าครองชีพของไทย ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายเริ่มประเมินว่า Brent มีโอกาสขยับสูงกว่า 100 ดอลลาร์ และอาจแตะ 120 ดอลลาร์ หากความขัดแย้งยืดเยื้อและปริมาณน้ำมันจากอ่าวอาหรับลดลงมากกว่าคาด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์