น้ำมันรั่วพระราม 3 พบโพรงใต้ดิน ลึกกว่า 5 เมตร

15 ก.ย. 2569 - 09:56

  • คืบหน้าน้ำมันรั่ว พบโพรงใต้ดินลึกกว่า 5 เมตร เร่งตรวจเส้นทางน้ำมัน

  • กรมธุรกิจพลังงานประสานผู้เชี่ยวชาญ พร้อมนำกล้องเข้าตรวจโพรง สำรวจโครงสร้างใต้ดินและหาแหล่งที่มาของน้ำมัน

  • คุมการปนเปื้อนต่อเนื่อง สูบน้ำปนน้ำมัน-ใช้กระสอบทรายบล็อกโพรง ยืนยันหากพบผู้เกี่ยวข้องพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมาย

น้ำมันรั่วพระราม 3 พบโพรงใต้ดิน ลึกกว่า 5 เมตร

เร่งหาต้นตอน้ำมันรั่วพระราม 3 ต่อ หลังล่าสุดพบโพรงใต้ดินลึกกว่า 5 เมตร เตรียมใช้กล้องส่องตรวจสอบ

ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อปฏิรูปพลังงาน หรือ ‘ทีมสุดซอยพลังงาน’ เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีน้ำมันรั่วบริเวณถนนพระราม 3 ว่า จากการลงพื้นที่ล่าสุด ยังไม่พบหลักฐานว่าน้ำมันรั่วไหลออกมาจากท่อขนส่งน้ำมันโดยตรง แต่พบโพรงใต้ดินที่มีน้ำมันซึมออกมาเป็นระยะ

เจ้าหน้าที่ได้สูบน้ำปนน้ำมันออกจากพื้นที่ และนำกระสอบทรายเข้าไปบล็อกบริเวณโพรง เพื่อควบคุมการปนเปื้อน ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันที่ซึมออกมาลดลง

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบร่วมกันระหว่างกรมธุรกิจพลังงาน กรุงเทพมหานคร และทีมช่างของกลุ่มบริษัทบางจาก พบว่าโพรงใต้ดินมีความลึกมากกว่าที่ประเมินไว้ โดยเจ้าหน้าที่ใช้ท่อทะลวงลงไปตรวจสอบ ก่อนต่อไม้ไผ่เพื่อสำรวจเพิ่มเติม และสามารถตรวจสอบลงไปได้ลึกกว่า 5 เมตร

ข้อมูลดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบโครงสร้างและเส้นทางของโพรงใต้ดิน เพื่อหาว่าโพรงเชื่อมต่อกับบริเวณใด และน้ำมันที่ซึมออกมามีต้นทางจากแหล่งใด

ฐิติภัสร์ กล่าวว่า รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานได้ประสานขอความช่วยเหลือจากบริษัท ซัสเทนเอเบิล โซลูชั่น จำกัด เพื่อส่งผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์เข้ามาสนับสนุนการตรวจสอบ โดยจะนำ กล้องสำหรับส่องตรวจสอบภายในโพรง เข้าไปสำรวจโครงสร้างใต้ดิน เพื่อค้นหาต้นตอและสาเหตุของน้ำมันรั่วซึม

“เราพยายามหาต้นตอและสาเหตุของน้ำมันรั่วให้ได้ เพราะหากทราบสาเหตุจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด”

น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าว

พร้อมระบุว่า หากพบต้นตอหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้แก่ประชาชนในพื้นที่

ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการควบคุมการปนเปื้อนและการค้นหาต้นทางของน้ำมัน โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลกระทบต่อประชาชนเป็นลำดับแรก

สำหรับการสำรวจด้วยกล้องภายในโพรงใต้ดิน จะช่วยระบุเส้นทางของโพรงและอาจเป็นข้อมูลสำคัญในการเชื่อมโยงไปยังแหล่งที่มาของน้ำมันรั่วครั้งนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์