การแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ (ครม.นัดพิเศษ) เรื่องแนวทางด้านพลังงานเพื่อดูแลประชาชนสืบเนื่องจากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า จากสถานการณ์การสู้รบที่ไม่แน่นอน ส่งผลให้ราคาพลังงานผันผวนสูง และมีการปรับราคาค้าปลีกในประเทศเพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลก็ยังคงเข้าไปช่วยในเรื่องของกองทุนน้ำมันอยู่
“อย่างไรก็ตาม ย้ำว่า หากเปรียบเทียบราคาน้ำมันกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน จะเห็นได้ว่า ที่ผ่านมามาเลเซียมีราคาน้ำมันต่ำกว่าไทยมาโดยตลอด แต่ปัจจุบันราคาสูงกว่าแล้ว เนื่องจากมีความต้องการน้ำมันสูง ฉะนั้นทางรัฐบาลจะพยายามประสานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงที่จะช่วยไปสอดส่องดูแล”
ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจะทำให้ประชาชนไปออที่สถานีบริการน้ำมันอีกหรือไม่ นายอรรถพล ชี้ว่าราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดเพดานราคาแล้ว แต่เราจะยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันเข้ามาช่วย ส่วนการกู้เงินหนุนกองทุนน้ำมันเพิ่มนั้น ย้ำว่าต้องรอรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาดำเนินการ
ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กรณีที่ประชาชนกังวลถึงราคาน้ำมันอาจพุ่งไปถึง 50 บาท ยอมรับว่าการตัดสินใจปรับราคาเมื่อวานนี้มีความหนักใจ แต่ด้วยสถานการณ์มีความรุนแรงอย่างคาดไม่ถึง ตอนแรกไม่คาดว่าจะรุนแรง หรือ ยาวนานขนาดนี้
“รัฐบาลก็พยายามตรึงราคาให้ได้ แต่สุดท้ายต้องยอมรับว่าด้วยสถานการณ์ที่รุนแรงขนาดนี้กองทุนน้ำมันเอาไม่อยู่ ประกอบกับการลักลอบกักตุนเก็งกำไร ทำให้น้ำมันที่เติมเข้าระบบประมาณ 86 ล้านลิตรซึ่งมากกว่าปกติประมาณ 20% หายไป ซึ่งอาจจะถูกนำไปเก็บสำรองไว้ใช้ในอนาคต จึงมองว่ามาตรการราคาเป็นทางหนึ่ง”
ส่วนกรณีที่ประเทศเพื่อนบ้านก็ปรับราคาสูงกว่าราคาน้ำมันในประเทศ ปลัดกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้อยากให้เกิดผลกระทบจึงตรึงราคามาตลอด
“แต่หากถามว่าจะถึง 50 บาทหรือไม่ ตอบไม่ได้ ดังนั้นราคาจากนี้ไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์หากสถานการณ์ดีขึ้น ลดภาษี ก็จะลดราคา หลังจากนี้มีทั้งบวกและลบ”





