กบง.ตรึง LPG ต่อ 1 เดือน พ่วงลดค่าไฟกลุ่มเปราะบาง

20 ม.ค. 2566 - 10:22

  • ข่าวดี! กบง.เคาะตรึง LPG อีก 1 เดือนถึงสิ้นกุมภา 66 พ่วงลดค่า Ft งวดแรก ‘มกราคม – เมษายน’

  • ชี้เป็นการช่วยกลุ่มเปราะบาง ใช้ไฟไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน

EPPO_Freeze_LPG_1_month_reduce_electricity_bills_vulnerable_SPACEBAR_Thumbnail_9ce6a052e3.jpeg
สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เผย สถานการณ์ราคาก๊าซ LPG ของตลาดโลกยังคงผันผวนตามราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มถดถอย อาจกดกันต่อความต้องการใช้น้ำมันและก๊าซ LPG ของโลก และตลาดยังคงจับตามาตรการต่างๆ ที่หลายประเทศทั่วโลก อาจออกมาควบคุมผู้เดินทางจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายหลังจากที่จีนประกาศเปิดประเทศ เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม ซึ่งอาจส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมีความไม่แน่นอน ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) จึงมีมติดังต่อไปนี้ 
  1. เห็นชอบให้คงราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น LPG ที่ 19.9833 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีกรอบเป้าหมายเพื่อให้ราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ประมาณ 408 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ต่อไปอีก 1 เดือน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2566  
  2. ปรับราคาขายปลีก LPG เพิ่มอีก 15 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ในเดือนมีนาคม โดยจะปรับเป็นราคาขายปลีก 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม มีผลตั้งแต่ 1 -31 มีนาคม 2566 ทั้งนี้ ประชุม กบง. ได้มอบหมายให้ สนพ. ประสานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อพิจารณาบริหารจัดการเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ให้สอดคล้องกับแนวทางการทบทวนการกำหนดราคาก๊าซ LPG ต่อไป 
EPPO_Freeze_LPG_1_month_reduce_electricity_bills_vulnerable_SPACEBAR_Photo01_8efdf42084.jpeg
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงาน ได้ติดตามสถานการณ์ราคาก๊าซ LPG อย่างใกล้ชิด พบว่า ณ วันที่ 16 มกราคม 2566 ราคา LPG นำเข้าอยู่ที่ 698 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน เทียบได้กับราคาขายปลีกก๊าซ LPG ที่ประมาณ 450 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ในขณะที่ราคาขายปลีก LPG ในประเทศอยู่ที่ 408 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ส่งผลต่อสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันฯ บัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 813 ล้านบาทต่อเดือน และฐานะกองทุนบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 813 ล้านบาทต่อเดือน และฐานะกองทุนบัญชีก๊าซ LPG ติดลบ 44,794 ล้านบาท ซึ่งจะเข้าใกล้กรอบวงเงินกองทุนน้ำมันฯ ในส่วนของบัญชีก๊าซ LPG ที่ให้ติดลบได้ไม่เกิน 48,000 ล้านบาท 

นอกจากนี้ ที่ประชุม กบง. ได้มีการพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่สูงขึ้น โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือลดค่าไฟฟ้าประจำเดือนมกราคม – เมษายน 2566 ซึ่งมีค่า Ft เรียกเก็บที่ 93.43 สตางค์/หน่วย สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยกลุ่มเปราะบาง ที่มีการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน โดยมีรายละเอียด ดังนี้  
  • จำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้  1-150 หน่วย ส่วนลดค่าไฟฟ้า 92.04 สตางค์/หน่วย 
  • จำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ 151-300 หน่วย ส่วนลดค่าไฟฟ้า 67.04 สตางค์/หน่วย  
  • โดยกระทรวงพลังงาน ประเมินว่ามาตรการช่วยเหลือในครั้งนี้ จะมีผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 19.66 ล้านราย และคาดว่าจะใช้วงเงินช่วยเหลือประมาณ 7,500 ล้านบาท จากงบประมาณแผ่นดิน และงบที่ได้รับการจัดสรรโดยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ระเบียบและขั้นตอน เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อไป 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์