เอกชนเฮ! กกพ.เคาะค่าไฟใหม่ ลดลงเหลือ 5.33 บาท/หน่วย

29 ธ.ค. 2565 - 13:56

  • กกพ. เคาะค่าไฟเอกชน งวด ม.ค.-เม.ย. 2566 เหลือจ่ายเฉลี่ย 5.33 บาท/หน่วย ลดลง 35.52 สต./หน่วย

  • แจงลดลงได้ เพราะ กฟผ. ยอมยืดจ่ายหนี้เป็น 3 ปี

Erc_reduce_electricity_bills_private_business_January_April_SPACEBAR_Thumbnail_d42bf40830.jpeg
กกพ.ทบทวนค่าเอฟทีใหม่ หลังจาก ปตท.- กฟผ. ทบทวนประมาณการสมมุติฐานต้นทุน ตามนโยบายรัฐบาล ส่งผลผู้ใช้ไฟฟ้าภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต้องจ่ายค่าเอฟที 154.92 สตางค์ต่อหน่วย จากเดิมที่ต้องจ่ายค่าเอฟที 190.44 สตางค์ต่อหน่วย ดังนั้น ผู้ใช้ไฟฟ้าในกลุ่มนี้ จึงต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 5.33 บาทต่อหน่วย ในรอบบิลค่าไฟฟ้า ม.ค. – เม.ย.66 

คมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เผยผลประชุมบอร์ด กกพ. ครั้งที่ 60/2565 (ครั้งที่ 827) เมื่อ 28 ธันวาคม 2565 มีการพิจารณาผลการคำนวณค่าเอฟทีเพิ่มเติมอีกครั้ง หลังจากที่ กฟผ. และ ปตท. ทบทวนประมาณการราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาน้ำมันดีเซล อัตราแลกเปลี่ยน และภาระหนี้คงค้าง  กฟผ. สำหรับการคำนวณอัตราค่าเอฟที (Ft) ตามที่ กกพ. ได้พิจารณาไปแล้วในการประชุมครั้งที่ 58/2565 (ครั้งที่ 825) เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 โดยมีสมมุติฐานที่เปลี่ยนแปลง ดังนี้ 
Erc_reduce_electricity_bills_private_business_January_April_SPACEBAR_Photo01_99a0ae0646.jpeg
หมายเหตุ: * กฟผ. คำนวณกรณีศึกษาเพิ่มเติม โดยจัดสรรก๊าซอ่าวไทยเพื่อการผลิตไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย ราคา 237 บาทต่อล้านบีทียู ในปริมาณที่ไม่เพิ่มภาระอัตราค่าไฟฟ้าจากปัจจุบัน (รวมการทยอยคืนค่า AF ให้กับ กฟผ. 22.22 สตางค์ต่อหน่วย) ตามมติ กพช. ในสัดส่วนประมาณร้อยละ 28.16 จากการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด หรือประมาณ 64,980 ล้านบีทียู ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2566 ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับผู้ใช้ก๊าซรายอื่นเพิ่มขึ้นเป็น 496 บาทต่อล้านบีทียู
จากการปรับเปลี่ยนสมมุติฐานดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยยังคงต้องจ่ายค่า Ft ในอัตรา 93.43 สตางค์ต่อหน่วย และผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มอื่นๆ ต้องจ่ายค่า Ft ในอัตรา 154.92 สตางค์ต่อหน่วย ค่า Ft ดังกล่าวทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยยังคงจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตรา 4.72 บาทต่อหน่วย (เท่าเดิม) และผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทอื่นๆ เช่น ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม จะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตรา 5.33 บาทต่อหน่วย 
Erc_reduce_electricity_bills_private_business_January_April_SPACEBAR_Photo02_f49b7c1ccf.jpeg
นอกจากการปรับเปลี่ยนสมมุติฐานแล้ว อีกเหตุผลสำคัญของมติลดค่าไฟฟ้าครั้งนี้ได้ ยังมาจาก กฟผ. ที่ยอมเลื่อนการคืนหนี้ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่จ่ายล่วงหน้าให้ประชาชน 160,000 ล้านบาท (ตัวเลข ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2565) โดยขยับจากการกำหนดชำระหนี้ภายใน 2 ปี เพิ่มเป็น 3 ปี ทำให้ต้นทุนส่วนนี้ลดลงจากงวดนี้ (ม.ค.-เม.ย.2566) รวม 33 สตางค์ต่อหน่วย เหลือ 22 สตางค์ต่อหน่วย 

พร้อมกับปรับสูตรคำนวณราคาก๊าซธรรมชาติใหม่ จากแนวโน้มเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ช่วยลดอัตราคำนวณจาก 37 บาท เหลือ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติเหลือ 466 บาทต่อล้านบีทียู จากเดิมอยู่ที่ 506 บาทต่อล้านบีทียู 

สรุปว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 เป็นต้นไป ผู้ใช้ไฟฟ้า 3 ประเภท จะได้รับการปรับลดอัตราค่าบริการรายเดือน ดังนี้
1. ประเภทบ้านอยู่อาศัย ใช้มากกว่า 150 หน่วย เดิมจ่าย 38.22 บาท/เดือน ใหม่ 24.62 บาท/เดือน 
     ประเภทบ้านอยู่อาศัย แรงดันต่ำ อัตรา TOU 38.22 บาท/เดือน 24.62 บาท/เดือน 
2. กิจการขนาดเล็ก แรงดันต่ำ 46.16 บาท/เดือน 33.29 บาท/เดือน 
3. กิจการสูบน้ำเพื่อการเกษตร อัตรา TOU 228.17 บาท/เดือน 204.07 บาท/เดือน 
INFO_Erc_reduce_electricity_bills_b2fba76968.jpeg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์