
ประเทศไทยกำลังขะมักเขม้น ให้คนไทยรู้จักแวดวงการสื่อสาร ยุคที่มีดิจิทัลเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชีวิต ตอนนี้จึงมีคำถามถึง “อนาคตสื่อสาร กับทิศทางดิจิทัลไทย” ที่แม้คนไทยจะอยู่ในช่วงตั้งไข่ ปรับตัวรับสิ่งใหม่ ที่มีดิจิทัลแทรกซึมอยู่แทบทุกอณูของชีวิต แล้วเมื่อไหร่? ที่จะเป็นคำตอบสำหรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลได้อย่างแท้จริง
ETDA (เอ็ตด้า) ซึ่งเป็นหน่วยหนึ่งของการทำงานร่วมขับเคลื่อนดิจิทัลไทย มีชื่อเต็มว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็เลยค่อยๆ ให้ความรู้ เสริมทักษะให้ทุกคนมีย่างก้าวดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางแพลตฟอร์มหลากหลาย ที่เข้ามาตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน
ว่าแล้ว ก็เลยได้กล่าวถึง ‘กฎหมาย DPS’ หรือคือ Digital Platform Services ที่หลายคนอาจมีคำถามว่า มีแล้วใครได้ประโยชน์? ในฐานะที่ผลักดันเรื่องนี้ ก็เลยพูดได้เต็มปาก ว่าคืออะไร? อย่างไร?
ETDA (เอ็ตด้า) ซึ่งเป็นหน่วยหนึ่งของการทำงานร่วมขับเคลื่อนดิจิทัลไทย มีชื่อเต็มว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็เลยค่อยๆ ให้ความรู้ เสริมทักษะให้ทุกคนมีย่างก้าวดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางแพลตฟอร์มหลากหลาย ที่เข้ามาตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน
ว่าแล้ว ก็เลยได้กล่าวถึง ‘กฎหมาย DPS’ หรือคือ Digital Platform Services ที่หลายคนอาจมีคำถามว่า มีแล้วใครได้ประโยชน์? ในฐานะที่ผลักดันเรื่องนี้ ก็เลยพูดได้เต็มปาก ว่าคืออะไร? อย่างไร?

เจาะอินไซต์ ที่ผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ต้องอ่าน!
‘กฎหมาย DPS’ (Digital Platform Services) หรือที่รู้จักกันในชื่อ พ.ร.ฎ. การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. 2565 นับเป็นกฎหมายฉบับใหม่ ที่มาแรงฉบับหนึ่ง และความสำคัญอีกข้อ คือ กำลังจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 สิงหาคม 2566 นี้ ซึ่งก็แน่นอน การบังคับใช้ ก็เท่ากับถึงเวลาที่ ‘ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎหมาย’ แล้วเกี่ยวข้องกับใคร ที่ต้องทำอะไรให้ถูกกฎหมายถอดรหัส กฎหมาย DPS ใครบ้าง? เกี่ยวข้อง
กล่าวได้ว่า กฎหมาย DPS บังคับใช้กับ ‘ผู้มี และ ผู้ใช้แพลตฟอร์ม’ นั่นหมายความว่า ทั้งผู้ประกอบการ และผู้ใช้ ต้องทำความเข้าใจทั้งหมด โดยในส่วนของ ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพตลฟอร์มดิจิทัล นั้น ได้ติดตามความเคลื่อนไหวและมีการทำความเข้าใจกับกฎหมายฉบับนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพราะกว่าจะมีกฎหมาย DPS กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ในฐานะหัวเรือใหญ่ของการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ ได้มีการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล เปิดรับฟังความคิดเห็น ตลอดจนรวบรวมประเด็นเสนอแนะ เพื่อประโยชน์ในการนำไปปรับปรุงกฎหมายซึ่งได้มีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องแต่สำหรับในมุมของ ‘ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัล’ อย่างผู้บริโภค ผู้ซื้อ พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจน พี่ๆ ไรเดอร์ จะได้รับประโยชน์อย่างไร? ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนอยากรู้ ETDA จึงถอดรหัสประโยชน์ของ กฎหมาย Digital Platform มีแง่มุมไหนบ้าง ไปดูกัน!!

-
จาก ‘Network Effect’ สู่แนวคิด ‘ดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล’
แต่ในมุมกลับกันการใช้งานที่เพิ่มขึ้นนี้ ยังส่งผลให้เกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า Network Effect ที่คุณค่าของสินค้าหรือบริการ ไม่ได้อยู่ที่คุณสมบัติ หรือราคา แต่อยู่ที่จำนวนของผู้ซื้อและผู้ขายในแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้นๆ จนทำให้อัลกอลิทึมของแพลตฟอร์มเกิดการจัดอันดับและเลือกแนะนำสินค้า หรือบริการ จากร้านที่ได้รับความนิยมมากที่สุด แก่ผู้ซื้อโดยตรง โดยไม่สามารถรู้ได้เลยว่า แพลตฟอร์มนั้นๆ ใช้เกณฑ์อะไรในการเลือก จนทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า การให้บริการของแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้น เหมาะสม โปร่งใส และมีความเป็นธรรมต่อผู้ใช้งาน ทั้งในมุมของผู้ซื้อ และผู้ขาย จริงหรือไม่?
นี่คือหนึ่งตัวอย่างของ Pain point ที่เกิดขึ้นจริง ที่ไม่นับรวมประเด็นของการถูกหลอก โกง สินค้าไม่ตรงปก ตระกร้าสินค้าหาย โดยไม่สามารถติดต่อหรือติดตามผู้รับผิดชอบได้ เป็นต้น “การเข้ามาดูแลการให้บริการของแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม” จึงเป็นหนึ่งกลไกสำคัญ ที่ ETDA มองเห็นโอกาสในการร่วมส่งเสริมให้ Ecosystem ของโลกธุรกรรมออนไลน์มีความปลอดภัย เชื่อมั่น จนนำมาสู่การมีกฎหมาย DPS ในวันนี้ เพราะในโลกความเป็นจริงแล้ว เราจะเห็นสินค้านั้นๆ ได้ก็ต่อเมื่อเราเดินไปที่ชั้นวางสินค้าในแผนกต่างๆ หรือจากผู้ขายที่มีลีลาการขายสินค้าได้น่าสนใจ ราคาถูก สินค้าหรือบริการมีคุณภาพจริงๆ เท่านั้น
-
‘กฎหมาย DPS’ เน้นคุ้มครอง ไม่เน้นควบคุม
โดยมุ่งดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการ ทั้งในมุมผู้บริโภค และผู้ขาย ภายใต้การส่งเสริมและการสนับสนุนให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลมีการพัฒนาเพื่อให้เกิดแนวปฏิบัติที่ดี (Best practice) สำหรับเป็นกลไกในการกำกับดูแลธุรกิจบริการของตนเองได้อย่างเหมาะสม โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 21 สิงหาคม 2566
“ซึ่งกฎหมาย DPS เป็นกฎหมายที่กำกับดูแลผู้ให้บริการหรือผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเท่านั้น ฉะนั้นบุคคลที่เป็นผู้ซื้อ หรือผู้ขายภายใต้แพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ ไม่ต้องมาจดแจ้งข้อมูลกับ ETDA”
-
รู้กฎหมาย DPS รู้ประโยชน์
ขณะเดียวกันยังสามารถช่วยส่งเสริมให้บริการแพลตฟอร์มมีความน่าเชื่อถืออีกด้วย นอกจากนี้ ในมุมของผู้ใช้บริการเอง ก็ยังได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน เช่น ร้านค้าบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่จะได้รับความชัดเจนในด้านข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็น อาทิ เป็นบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลอะไร ข้อมูลการจัดอันดับ Ranking ร้านยอดนิยม ช่องทางในการติดต่อกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ในกรณีที่ถ้าเกิดปัญหาจากการขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม
ส่วน ผู้ซื้อหรือผู้บริโภคทั่วไป ไม่เพียงแค่จะได้รับการบริการที่ดีและปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังได้ใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะของการเข้าถึงและใช้งานได้ง่าย (User friendly) มีช่องทางในการติดต่อ หรือแม้แต่การยกเลิกออเดอร์ระหว่างทางก็สามารถทำได้ง่ายและเร็วขึ้น จากเดิมที่ต้องติดต่อผู้ให้บริการผ่านหลายช่องทางที่อาจจะมีการตอบสนองค่อนข้างช้า รอนานหลายชั่วโมง เป็นต้น

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ กลุ่มไรเดอร์ (Rider) ที่เปรียบเสมือนคนกลางระหว่างผู้ให้บริการกับผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น การหักค่า GP (Gross profit) ที่อาจจะมีการปรับลดค่ารอบโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ต้องทำรอบควบออร์เดอร์ ไม่มีความชัดเจนในการทำงาน เป็นต้น
ดังนั้น เมื่อมีกฎหมายฉบับนี้ ก็จะได้รับการดูแลคุ้มครองและความเป็นธรรมในเรื่องของผลตอบแทนมากยิ่งขึ้น ขณะที่ หน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากในกฎหมายฉบับนี้มีกลไกสำคัญที่สุดคือ ‘การตั้งคณะกรรมการร่วม’ ที่หน่วยงานภาครัฐต่างๆ เกือบ 20 หน่วยงาน จะต้องเข้ามาทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงข้อมูลและระบบ ในการดูแลผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อให้ดำเนินงานในการกำกับดูแล ไม่เกิดการทับซ้อนระหว่างกัน และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
ดังนั้น เมื่อมีกฎหมายฉบับนี้ ก็จะได้รับการดูแลคุ้มครองและความเป็นธรรมในเรื่องของผลตอบแทนมากยิ่งขึ้น ขณะที่ หน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากในกฎหมายฉบับนี้มีกลไกสำคัญที่สุดคือ ‘การตั้งคณะกรรมการร่วม’ ที่หน่วยงานภาครัฐต่างๆ เกือบ 20 หน่วยงาน จะต้องเข้ามาทำงานร่วมกัน เชื่อมโยงข้อมูลและระบบ ในการดูแลผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อให้ดำเนินงานในการกำกับดูแล ไม่เกิดการทับซ้อนระหว่างกัน และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
-
‘การสื่อสารที่ชัดเจน’ ทลายอุปสรรคความไม่เข้าใจกฎหมาย DPS

ดังนั้น ETDA ในฐานะเจ้าภาพหลัก จึงเตรียมเร่งสปีดการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ทั้งการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น การเปิดเวทีชี้แจงรายละเอียดของกฎหมาย การปล่อยสื่อเพื่อการสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ ในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย พร้อมจัดทำคู่มือฉบับประชาชน เพราะอยากให้ผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเกิดความเข้าใจและเล็งเห็นถึงโอกาสและความสำคัญของการมีกฎหมาย DPS ได้อย่างถูกต้องมากที่สุด รวมถึงรวบมัดทุกคำถามตอบทุกข้อสงสัย จัดทำ FAQs เผยแพร่ผ่านทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ ETDA Thailand เพื่อสร้างการรับรู้และเตรียมความพร้อมหลังมีการประกาศบังคับใช้กฎหมาย DPS ในวันที่ 21 สิงหาคม 2566 ในวงกว้างให้มากที่สุด
ถ้าถามว่า เมื่อกฎหมาย DPS (Digital Platform Services) บังคับใช้ 21 สิงหาคมนี้ จะทำให้ตัวเลขของปัญหาการซื้อ-ขายออนไลน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นศูนย์เลยหรือไม่ อาจไม่สามารถตอบได้ในตอนนี้ แต่ในมุมของผู้ใช้บริการ สิ่งที่ทุกคนจะได้รับแน่นอน คือ ความมั่นใจว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้งานอยู่นั้น มีความน่าเชื่อถือแน่นอน เพราะหนึ่งในสาระสำคัญที่กฎหมายฉบับนี้กำหนด คือ เมื่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เข้ามาจดแจ้งข้อมูลแล้ว จะถูกการันตีด้วยการประกาศว่า เป็นผู้ให้บริการที่ได้เข้ามาจดแจ้งกับ ETDA แล้วด้วย
ตลอดจนกฎหมายฉบับนี้ ยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการร่วมสร้าง Ecosystem ของการทำธุรกรรมออนไลน์ที่ร่วมสร้างความเชื่อมั่น ภายใต้กลไกการดูแลตนเอง หรือ Self-regulate ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น เป้าหมายที่ ETDA ต้องการเห็นในอนาคตอันใกล้ จึงคาดหวังให้ทุกคนเกิดความเข้าใจที่ชัดเจนต่อกฎหมาย DPS หลังได้รับการสื่อสารในวงกว้างมากที่สุด และร่วมกันผลักดันกฎหมายดังกล่าว ผ่านการเป็นทั้ง ‘ผู้ให้-ผู้รับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล’ เพื่อท้ายที่สุดแล้ว กฎหมายฉบับนี้จะเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญ ที่ปูทางให้ทุกคนมีชีวิตดีได้...เมื่อมีดิจิทัล
ถ้าถามว่า เมื่อกฎหมาย DPS (Digital Platform Services) บังคับใช้ 21 สิงหาคมนี้ จะทำให้ตัวเลขของปัญหาการซื้อ-ขายออนไลน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นศูนย์เลยหรือไม่ อาจไม่สามารถตอบได้ในตอนนี้ แต่ในมุมของผู้ใช้บริการ สิ่งที่ทุกคนจะได้รับแน่นอน คือ ความมั่นใจว่าแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้งานอยู่นั้น มีความน่าเชื่อถือแน่นอน เพราะหนึ่งในสาระสำคัญที่กฎหมายฉบับนี้กำหนด คือ เมื่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เข้ามาจดแจ้งข้อมูลแล้ว จะถูกการันตีด้วยการประกาศว่า เป็นผู้ให้บริการที่ได้เข้ามาจดแจ้งกับ ETDA แล้วด้วย
ตลอดจนกฎหมายฉบับนี้ ยังถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการร่วมสร้าง Ecosystem ของการทำธุรกรรมออนไลน์ที่ร่วมสร้างความเชื่อมั่น ภายใต้กลไกการดูแลตนเอง หรือ Self-regulate ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้น เป้าหมายที่ ETDA ต้องการเห็นในอนาคตอันใกล้ จึงคาดหวังให้ทุกคนเกิดความเข้าใจที่ชัดเจนต่อกฎหมาย DPS หลังได้รับการสื่อสารในวงกว้างมากที่สุด และร่วมกันผลักดันกฎหมายดังกล่าว ผ่านการเป็นทั้ง ‘ผู้ให้-ผู้รับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล’ เพื่อท้ายที่สุดแล้ว กฎหมายฉบับนี้จะเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญ ที่ปูทางให้ทุกคนมีชีวิตดีได้...เมื่อมีดิจิทัล




