ท่ามกลางโครงสร้างประชากรที่กำลัง ‘แก่ก่อนรวย’ และแรงงานในประเทศหดตัวอย่างต่อเนื่อง ตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากดีมานด์ธุรกิจที่ฟื้นตัวและข้อจำกัดการนำเข้าแรงงานต่างชาติ ส่งสัญญาณความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่อาจกระทบศักยภาพเศรษฐกิจในระยะยาว
หอการค้าไทย และ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ออกโรงเตือนวิกฤตแรงงานขาดแคลน พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติเป็นการด่วน หลังภาคธุรกิจทั่วประเทศสะท้อนปัญหาในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก เช่น จันทบุรี ระยอง สระแก้ว ปราจีนบุรี และตราด ที่เริ่มได้รับผลกระทบต่อการผลิตและบริการอย่างชัดเจน
พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวเป็น ‘ปัญหาเชิงระบบ’ ครอบคลุมแรงงานทุกระดับทักษะ ตั้งแต่ไร้ฝีมือ กึ่งฝีมือ ไปจนถึงแรงงานฝีมือ โดยแรงงานต่างด้าวจากเมียนมา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ยังเป็นกำลังหลักในภาคการผลิต เกษตร ก่อสร้าง และบริการ
ทั้งนี้ แรงงานต่างด้าวภายใต้ระบบ MOU จำนวนมากกำลังครบกำหนดใบอนุญาตทำงาน และบางส่วนทยอยเดินทางกลับประเทศแล้ว หากไม่มีมาตรการรองรับทันที อาจเกิด ‘แรงกระแทก’ ต่อภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะงานก่อสร้าง การเกษตรตามฤดูกาล และบริการ ซึ่งพึ่งพาแรงงานกลุ่มนี้ในสัดส่วนสูง
ภาคเอกชนในนามคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ยื่นหนังสือด่วนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อเสนอให้เร่งต่ออายุใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว พร้อมวางแผนบริหารจัดการแรงงานอย่างเป็นระบบในระยะยาว เพื่อรักษาสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
ข้อเสนอครั้งนี้สะท้อนโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทย ที่ต้องเร่งปรับ ‘นโยบายแรงงาน’ ให้ทันโครงสร้างประชากรและการแข่งขันโลก หากการแก้ไขล่าช้า ไม่เพียงกระทบการผลิตระยะสั้น แต่ยังเสี่ยงบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะกลางและยาว




