แก้วมังกรล้นตลาด ราคาดิ่งต่ำสุดเหลือ กก.ละ 2 บาท เกษตรกรภูเรือท้อ ปล่อยผลผลิตเน่าในสวน
สถานการณ์แก้วมังกรเข้าสู่ช่วงวิกฤตราคาตกต่ำอีกครั้ง โดยเฉพาะเดือนสิงหาคมที่ผลผลิตออกมากสุดในรอบปี ล่าสุดราคาหน้าสวนเหลือเพียงกิโลกรัมละ 1-2 บาท ขายแทบไม่ได้ ทำให้เกษตรกรจำนวนมากเลือกปล่อยให้ผลผลิตเน่าในสวนแทนการเก็บเกี่ยว
กิตติกา ศรีบุรินทร์ (แม่เจียน) ประธานกลุ่มวิสาหกิจเกษตรแปลงใหญ่แก้วมังกร ตำบลร่องจิก อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เผยกับ SPACEBAR ถึงสถานการณ์ราคาแก้วมังกร ขณะนี้ว่า ถือเป็นช่วงตกต่ำสุดของแก้วมังกร โดยราคาที่พ่อค้ารับซื้อช่วงนี้ต่ำมาก แม้กิโลกรัมละ 2 บาทก็ยังไม่สามารถขายได้ เพราะไม่คุ้มค่ากับค่าแรงและต้นทุนการเก็บเกี่ยว
“ของแม่เองก็ปล่อยให้เน่าอยู่ในสวน เพราะถ้าจะเก็บออกมาก็ไม่คุ้ม บางสวนมีผลผลิตเป็นสิบตัน แต่ขายได้เพียงบาทสองบาทต่อกิโลก็ไม่ไหว”
— แม่เจียน กล่าว
ประธานกลุ่มฯ แปลงใหญ่ ยังย้ำว่า สถานการณ์ราคาตกต่ำจะเกิดขึ้นซ้ำทุกปีในเดือนสิงหาคม เป็นเรื่องที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้ เนื่องจากเป็นฤดูผลผลิตออกมากพร้อมกันทั่วประเทศ ปริมาณล้นตลาดจนไม่สามารถระบายได้ทัน ขณะที่การแปรรูปไม่ช่วยมากนัก เพราะทำได้เพียงปริมาณเล็กน้อยเทียบกับผลผลิตนับสิบตันต่อราย
“ถ้าเกษตรกรคนหนึ่งมีแก้วมังกรออกอย่างน้อย 10 ตัน และทั้งกลุ่มมีสมาชิกกว่า 30 ราย รวมแล้วนับร้อยตันในเดือนเดียว แต่ช่องทางการแปรรูปทำได้ไม่ถึง 1% ของผลผลิต จึงแทบไม่ช่วยอะไรเลย”
— ประธานกลุ่มฯ แปลงใหญ่ กล่าว
สำหรับรอบผลผลิตแรกตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคม ราคายังพอไปได้ เฉลี่ย 20-35 บาทต่อกิโลกรัม แม้บางช่วงตกลงเหลือ 10 บาท แต่ยังพอให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทน อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่รอบผลผลิตเดือนสิงหาคม ราคาจะร่วงลงอย่างหนักทุกปี

กลุ่มวิสาหกิจแปลงใหญ่แก้วมังกรภูเรือ ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 30-35 ราย รวมพื้นที่เพาะปลูกกว่า 170 ไร่ ซึ่งนอกจากการขายผลสดแล้ว ยังพยายามหาทางออกด้วยการใช้ ‘กิ่งแก้วมังกร’ ที่ได้จากการตัดแต่งกิ่ง มาทำปุ๋ยหมักและดินปลูก เพื่อลดต้นทุนและสร้างรายได้เสริม ขณะที่ผลผลิตแก้วมังกรสดจำนวนมากยังไร้ทางระบาย
แม่เจียน ยอมรับว่า คงไม่มีใครช่วยแก้ปัญหาได้ในช่วงเดือนสิงหาคม เพราะผลผลิตมันออกมาพร้อมกันทั่วประเทศ เยอะเกินกำลังตลาดจะรับไหว พร้อมทั้งฝากให้เกษตรกรทำใจว่าเป็น ‘ธรรมชาติของฤดูกาล’ ที่ทุกปีในเดือนนี้ราคาจะตกต่ำเสมอ แต่สำหรับปีนี้ยังจะต่ำลงไปอีกเหลือเพียงแค่กิโลกรัมละ 1-2 บาท
อย่างไรก็ตาม แม่เจียน ยังชี้ความคาดหวังหลังจากนี้ว่า ช่วงหลังพฤศจิกายนซึ่งจะเป็นรอบ ‘นอกฤดู’ คาดว่า ราคาจะกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ความต้องการบริโภคเพิ่มสูงขึ้น





