ประธานเฟดวอร์ชประกาศสู้เงินเฟ้อในเวทีโลก ยืนกรานความเป็นอิสระของธนาคารกลาง
ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เควิน วอร์ช แถลงในวันพุธที่ผ่านมาระหว่างการประชุมสัมมนาที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ว่าเฟดยังคงมุ่งมั่นต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับ "สูงเกินไป" โดยย้ำเป้าหมายระยะยาวที่ 2% ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
เงินเฟ้อพุ่งสูง หลังสงครามอิหร่านฉุดราคาน้ำมัน
ดัชนีราคาที่เฟดใช้เป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อหลักพุ่งขึ้นสู่ระดับ 4.1% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้เงินเฟ้อของสหรัฐฯ เคยพุ่งสูงสุดที่ 9% ในปี 2021 ก่อนจะทยอยลดลง แต่เฟดได้หยุดวงจรการลดดอกเบี้ยในเดือนมกราคม เนื่องจากความผันผวนของราคาสินค้าที่เกิดจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
"เราเห็นแล้วว่าราคาสินค้าสูงเกินไป และผมเชื่อว่าไม่ใช่แค่ผมคนเดียวบนเวทีนี้ที่มุ่งมั่นจะสร้างเสถียรภาพด้านราคา" วอร์ช กล่าว
AI และโอกาสทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
ในการอภิปรายร่วมกับผู้ว่าการธนาคารกลางของยุโรป อังกฤษ และแคนาดา วอร์ชแสดงมุมมองเชิงบวกต่อผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อเศรษฐกิจ โดยระบุว่าสหรัฐฯ มีโอกาสเป็น "ผู้ชนะรายใหญ่" ในการแข่งขันครั้งนี้ เพราะไม่เกรงกลัวการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยผลิตภาพ และเชื่อว่า AI จะทำให้จำนวนงานและความมั่งคั่งเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว
ยืนยันความเป็นอิสระของเฟด
วอร์ชยืนยันความเป็นอิสระของเฟดท่ามกลางความพยายามของทรัมป์ในการกดดันธนาคารกลางให้ลดดอกเบี้ย โดยศาลสูงสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งขัดขวางการปลด ลิซา คุก กรรมการเฟด ออกจากตำแหน่ง วอร์ชระบุว่าเฟดดำเนินงานอย่างเป็นอิสระทั้งก่อนและหลังคำตัดสินของศาลสูง โดยยึดมั่นในพันธกิจของตนเองอย่างเคร่งครัด




