ฝรั่งเศส-เยอรมนีบรรลุดีลรถยนต์ EU เปิดทางอังกฤษร่วมนิยาม ‘ผลิตในยุโรป’
ฝรั่งเศสและเยอรมนีบรรลุข้อตกลงสำคัญเกี่ยวกับอนาคตอุตสาหกรรมรถยนต์สหภาพยุโรปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยทั้งสองประเทศเห็นชอบให้ผ่อนคลายมาตรฐานการปล่อยมลพิษของรถยนต์ลงอีก พร้อมเปิดทางให้สหราชอาณาจักรเข้าร่วมนิยาม 'ผลิตในยุโรป' ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ แหล่งข่าวทางการทูตยืนยันกับสำนักข่าว AFP
ความขัดแย้งเก่าที่ได้ข้อยุติ
มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฝรั่งเศสและเยอรมนีมีจุดยืนขัดแย้งกันในการกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมรถยนต์ยุโรป เยอรมนีต้องการลดความเข้มงวดของเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน และขยายนิยาม 'ผลิตในยุโรป' ให้ครอบคลุมพันธมิตรทางการค้านอกสหภาพยุโรป ขณะที่ฝรั่งเศสต้องการรักษาเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ และจำกัดมาตรการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไว้เฉพาะสมาชิก EU
ผลลัพธ์ของข้อตกลงฉบับนี้คือเยอรมนีชนะในประเด็นมาตรฐานการปล่อยมลพิษ ส่วนฝรั่งเศสได้รับชัยชนะในประเด็นนิยาม 'ผลิตในยุโรป' ที่ยังคงจำกัดอยู่เป็นหลักใน 27 ชาติสมาชิก EU
ผ่อนปรนกฎมลพิษรถยนต์
คณะกรรมาธิการยุโรปเคยเสนอให้ยกเลิกการแบนขายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในปี 2035 และเปลี่ยนเป็นข้อกำหนดให้ผู้ผลิตลดการปล่อยไอเสียลง 90 เปอร์เซ็นต์ โดยส่วนที่เหลืออีก 10 เปอร์เซ็นต์ต้องชดเชยผ่านระบบเครดิตต่าง ๆ แต่ข้อตกลงฝรั่งเศส-เยอรมนีได้ยกเลิกข้อกำหนดชดเชยส่วนเกินดังกล่าว ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์บรรลุเป้าหมาย CO2 ได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ข้อตกลงยังเปิดทางให้รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียนนับเป็นรถ 'ปล่อยมลพิษศูนย์' และขยาย 'ซูเปอร์เครดิต' ให้ครอบคลุมรถยนต์ไฟฟ้าทุกขนาด จากเดิมที่จำกัดเฉพาะรถราคาถูกขนาดเล็ก
อังกฤษได้รับสิทธิ์พิเศษ
ในส่วนของนิยาม ‘ผลิตในยุโรป’ ข้อตกลงกำหนดให้อังกฤษและนอร์เวย์สามารถเข้าร่วมได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ ซึ่งแคบกว่าข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
สำนักงานนายกรัฐมนตรีอังกฤษ แอนดี้ เบิร์นแฮม ออกแถลงการณ์ตอบรับในเชิงบวก ระบุว่าหากข้อตกลงได้รับการยืนยัน จะ "เป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์อังกฤษและการจ้างงานทั่วสหราชอาณาจักร" ทั้งนี้ ผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปเคยเรียกร้องให้รวมอังกฤษไว้ด้วย โดยอ้างห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ยังเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้น รอการรับรองขั้นสุดท้ายจากเบอร์ลินก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ




