ท่ามกลางการแข่งขันด้านการค้าและการท่องเที่ยวที่ทวีความเข้มข้น หลายประเทศกำลังใช้จุดแข็งด้านอาหารและสินค้าเกษตรเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศไทยเดินหน้าผลักดันผลไม้เมืองร้อนให้เป็นทั้งสินค้าส่งออกและแรงดึงดูดนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและชุมชนในระยะยาว
กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ศักยภาพผลไม้ไทย ภายใต้โครงการ “Thailand : The Land of Tropical Fruits 2026” ระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2569 ณ จังหวัดจันทบุรี นำคณะทูตานุทูตจาก 13 ประเทศ เยี่ยมชมแหล่งผลิตผลไม้คุณภาพ ชิมผลไม้สดจากต้น และสัมผัสวิถีชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และขยายโอกาสการบริโภคผลไม้ไทยในตลาดโลก

ฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ปี 2569 เป็นปีที่ผลไม้ไทยออกสู่ตลาดในปริมาณมาก กรมฯ จึงเดินหน้าส่งเสริมการบริโภคผลไม้เชิงรุกควบคู่กับการสร้างตลาดใหม่ ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อรองรับผลผลิตคุณภาพของเกษตรกรไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ
การนำคณะทูตานุทูตจาก 13 ประเทศลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี มีเป้าหมายในการนำเสนอศักยภาพผลไม้ไทยในฐานะสินค้าสำคัญของประเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นและความหลากหลายตามฤดูกาล พร้อมสร้างการรับรู้ในกลุ่มตลาดสำคัญ ทั้งสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น กลุ่มประเทศ CIS ตะวันออกกลาง รวมถึงตลาดศักยภาพใหม่ในภูมิภาคต่างๆ

คณะผู้แทนจากซาอุดีอาระเบีย คาซัคสถาน เบลเยียม ฮังการี อิตาลี โปรตุเกส กัวเตมาลา คิวบา เวเนซุเอลา เคนยา รวมถึงผู้แทนจากบังกลาเทศ อาเซอร์ไบจาน และอุซเบกิสถาน ได้เยี่ยมชมกระบวนการผลิตผลไม้ไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การคัดแยก การบรรจุ และการขนส่ง เพื่อสะท้อนศักยภาพและมาตรฐานของภาคเกษตรไทย
นอกจากนี้ คณะทูตยังได้ทดลองชิมผลไม้สดและผลิตภัณฑ์แปรรูปของไทย อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ ทุเรียนทอด ทุเรียนกวน และมังคุดกวน ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับคุณภาพและรสชาติของผลไม้ไทย พร้อมต่อยอดโอกาสทางการค้าในรูปแบบผลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปสู่ตลาดใหม่ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลาง CIS ลาตินอเมริกา และแอฟริกา

กรมการค้าภายในยังเดินหน้าผลักดันแนวคิด ‘Fruit Tourism’ ควบคู่กับ ‘Fruit Diplomacy’ เพื่อยกระดับผลไม้ไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยใช้จังหวัดจันทบุรีเป็นต้นแบบของเมืองผลไม้เมืองร้อนที่เชื่อมโยงผลผลิตทางการเกษตร อาหารพื้นถิ่น สินค้าชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน
ฉันทพัทธ์ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงเป็นการประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยทั้งด้านการผลิต การแปรรูป และการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านผลไม้เมืองร้อนของโลก พร้อมสร้างรายได้ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการท้องถิ่น และภาคการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน




