พาณิชย์เร่งปิดดีล FTA รับมือภาษีสหรัฐ

23 มี.ค. 2569 - 17:14

  • เร่งปิดดีล FTA อียู เกาหลีใต้ แคนาดา ภายในปี 69

  • ตั้งทีมเฉพาะกิจ รับมือมาตรา 301 สหรัฐ

  • ดัน DEFA พลิกอาเซียนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

พาณิชย์เร่งปิดดีล FTA รับมือภาษีสหรัฐ

พาณิชย์เร่งเครื่อง FTA ครึ่งหลังปี 69
ตั้งทีมสู้ภาษีสหรัฐ-ดันดีลใหญ่ ปรับเกมค้าโลกผันผวน

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าแผนเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ครึ่งหลังปี 2569 เร่งปิดดีลสำคัญกับ 3 คู่ค้าใหญ่ พร้อมตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจรับมือมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ควบคู่การขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับออสเตรเลีย และประสานอาเซียนรับมือความผันผวนเศรษฐกิจโลก

โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ไทยตั้งเป้าผลักดันการเจรจา FTA ที่ยังคงค้าง ได้แก่ ไทย–สหภาพยุโรป (EU) ไทย–เกาหลีใต้ และอาเซียน–แคนาดา ให้ได้ข้อสรุปภายในปี 2569 ขณะเดียวกัน FTA ที่ไทยลงนามแล้วกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) และภูฏาน อยู่ระหว่างกระบวนการภายในประเทศ คาดมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 ส่วน FTA ไทย-ศรีลังกา อยู่ระหว่างขั้นตอนภายในของฝ่ายศรีลังกา

fta-thai-us-tariff-2569-SPACEBAR-Photo02.jpg

นอกจากนี้ ไทยยังเร่งเจรจายกระดับความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย และ FTA ไทย-เปรู ฉบับสมบูรณ์ พร้อมเดินหน้าปิดดีล “ความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน” (DEFA) ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นข้อตกลงดิจิทัลระดับภูมิภาคฉบับแรกของโลก โดยตั้งเป้าลงนามในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนเดือนพฤศจิกายน 2569 ที่ฟิลิปปินส์

ตั้งทีมเฉพาะกิจ รับมือกำแพงภาษีสหรัฐ

กระทรวงพาณิชย์ได้จัดตั้งคณะทำงานเตรียมรับมือผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ของ Trade Act of 1974 ซึ่งไทยต้องยื่นความเห็นภายในวันที่ 15 เมษายน 2569 เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าและลดความเสี่ยงต่อผู้ส่งออก

ต่อยอด TAFTA-ขยายความร่วมมือไทย-ออสเตรเลีย

ในเวทีความร่วมมือทวิภาคี ไทยและออสเตรเลียเห็นพ้องใช้ FTA ไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) เป็นฐานต่อยอดความร่วมมือใหม่ ผ่านยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ (SECA) ครอบคลุม 8 สาขา ทั้งเกษตร เทคโนโลยี อาหารยั่งยืน การศึกษา ท่องเที่ยว เศรษฐกิจดิจิทัล พลังงาน และเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อยกระดับความสามารถแข่งขันในระยะยาว

อาเซียนผนึกกำลัง รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

ในกรอบอาเซียน ไทยเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM Retreat) โดยที่ประชุมแสดงความกังวลต่อความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อราคาพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และการขนส่งโลก พร้อมออกแถลงการณ์ร่วมย้ำบทบาทอาเซียนในฐานะ “ภูมิภาคที่ไว้วางใจได้” และสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี

FTA หนุนการค้าไทยกว่า 59%

ทั้งนี้ ปี 2568 ไทยมีมูลค่าการค้ากับประเทศคู่ค้า FTA รวม 404,963.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 59.2% ของการค้ารวม โดยส่งออก 183,897.3 ล้านดอลลาร์ และนำเข้า 221,066.0 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การค้ารวมของไทยกับโลกอยู่ที่ 684,578.0 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 12.9%

สินค้าส่งออกหลักยังคงเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น รถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อัญมณี และผลิตภัณฑ์ยาง สะท้อนบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก ท่ามกลางแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการกีดกันทางการค้าที่เพิ่มขึ้น

กล่าวได้ว่า แผน FTA ครึ่งหลังปี 2569 เป็นกลไกหลักในการ ‘กระจายความเสี่ยง’ ของเศรษฐกิจไทย ทั้งการเปิดตลาดใหม่ เสริมความร่วมมือเชิงลึก และรับมือกำแพงภาษี เพื่อรักษาขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีการค้าโลกที่ผันผวนสูง

fta-thai-us-tariff-2569-SPACEBAR-Photo01.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์