ส.อ.ท. ห่วงน้ำเน่าเสียหลังน้ำท่วม เร่งตรวจคุณภาพน้ำ-หนุนฟื้นฟู SMEs
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในพื้นที่ประสบอุทกภัยต้องอาศัยทั้งความพร้อมของสถานประกอบการและความปลอดภัยของชุมชน เพราะแม้น้ำเริ่มลด แต่ปัญหาน้ำท่วมขัง ขยะ และความเสี่ยงจากน้ำปนเปื้อนยังเป็นภารกิจที่ต้องเร่งจัดการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จึงเสนอให้เร่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำเพื่อวางแนวทางฟื้นฟูอย่างตรงจุด ควบคู่กับการผลักดันมาตรการเสริมสภาพคล่องและช่วยเหลือผู้ประกอบการให้กลับมาดำเนินธุรกิจได้โดยเร็ว
พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า แม้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ภารกิจฟื้นฟูยังไม่สิ้นสุด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังต่อเนื่อง ซึ่งอาจเกิดน้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็น และมีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชน จึงจำเป็นต้องเร่งสำรวจ ตรวจสอบ และวิเคราะห์คุณภาพน้ำ เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดแนวทางแก้ไขตามหลักวิชาการ
“น้ำลดไม่ได้หมายความว่าปัญหาสิ้นสุด เราต้องเร่งดูแลทั้งปัญหาน้ำท่วมขังเน่าเสียและความเสี่ยงจากน้ำปนเปื้อน โดยใช้ผลการตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์เป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางบำบัดและฟื้นฟูที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมกลับคืนสู่สภาพที่ดีโดยเร็ว” พิมพ์ใจ กล่าว
เร่งตรวจคุณภาพน้ำ วางมาตรการฟื้นฟูรายพื้นที่
ส.อ.ท. เห็นว่าควรเร่งสำรวจพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โดยเฉพาะชุมชนที่เริ่มประสบปัญหาน้ำเน่าเสียหรือมีข้อบ่งชี้ถึงความเสี่ยงจากการปนเปื้อน พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ก่อนกำหนดมาตรการจัดการให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่
แนวทางฟื้นฟูครอบคลุมการเร่งระบายน้ำ การบำบัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำ การจัดการขยะและสิ่งปฏิกูล ตลอดจนการเฝ้าระวังและติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน และแหล่งน้ำสาธารณะ
ทั้งนี้ ส.อ.ท. พร้อมประสานหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ และภาคอุตสาหกรรมที่มีองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ การบำบัดน้ำเสีย และการฟื้นฟูพื้นที่ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
ผลักดันสภาพคล่อง ช่วย SMEs กลับมาเดินธุรกิจ
ด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ส.อ.ท. เดินหน้าผลักดันมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ทั้งการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การเสริมสภาพคล่อง และการพักชำระหนี้ตามความเหมาะสม ควบคู่กับการฟื้นฟูเครื่องจักรและสถานประกอบการ เพื่อให้ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้โดยเร็ว
ส.อ.ท. ยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และระบบจัดการสิ่งแวดล้อมก่อนกลับมาเปิดดำเนินงาน รวมถึงทบทวนแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ BCP เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรับมืออุทกภัยในอนาคต
พิมพ์ใจย้ำว่า การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมต้องเดินหน้าทั้งด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน โดย ส.อ.ท. พร้อมประสานทุกภาคส่วนเพื่อนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาสนับสนุนการแก้ไขปัญหา ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ ชุมชนมีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย และเศรษฐกิจกลับมาเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน





