ส.อ.ท. ชี้ ศก.น่าห่วง อุตฯ ทยอยปิดโรงงาน จ้างงานลด

20 มิ.ย. 2567 - 12:01

  • ส.อ.ท. ส่งสัญญาณ เศรษฐกิจไทยน่าห่วง ยกตัวเลข 5 เดือน ยอดโรงงานปิดตัวเพียบ คนตกงานเพิ่มสูง

  • ชี้แม้มีโรงงานเปิดใหม่มากกว่าปิด แต่การจ้างงาน ‘ลด’

  • ฝากรัฐช่วยดูแล 5 กลุ่มอุตฯ หลังยังมีแนวโน้มปิดเพิ่มอีก

fti_industry_factories_gradually_shut_down_employment_decreases_SPACEBAR_Hero_f780db812f.jpg

นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยเชิงยอมรับ ว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยน่าเป็นห่วง อ้างอิงตัวเลขสถานการณ์การปิดกิจการของโรงงานอุตสาหกรรม ยังคงเพิ่มขึ้นทุกเดือน โดยจากข้อมูลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ล่าสุด ระบุว่า 5 เดือนแรกของปี 2567  (มกราคม -พฤษภาคม 2567) มีโรงงานปิดกิจการไปแล้ว  567 แห่ง เฉลี่ย 113 โรงงานต่อเดือน และมีแรงงานตกงาน 1.53 หมื่นคนแล้ว โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการปิดตัวมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก กลุ่มอุตสาหกรรมโลหะ และกลุ่มอุตสาหกรรมไม้ และการแปรรูปไม้ 

ส่วนเมื่อเทียบกับเมื่อปี 2566 ที่ยอดปิดกิจการของโรงงานที่ 1,337 แห่ง เฉลี่ย 111 แห่งต่อเดือนนั้น ถือว่าสถานการณ์ปี 2567 ยังน่าเป็นห่วง นอกจากนี้สถิติการปิดกิจการของโรงงานอุตสาหกรรม ของปี 2566 ขยายตัวกว่าปี 2565 ที่มีการปิดกิจการ 678 แห่ง หรือเพิ่มขึ้นถึง 60% ขณะเดียวกัน แม้การเปิดกิจการใหม่จะมีมากกว่าโรงงานที่ปิดกิจการ แต่พบว่าตัวเลขห่างกันเพียงหลัก 10 แห่งเท่านั้น จากเดิมที่ต่างกันหลักร้อยถึงสองร้อยแห่ง ซึ่งตัวเลขการเปิดที่เพิ่มมากกว่าปิด ไม่ได้ทำให้การจ้างงานมีปริมาณมากเท่าเดิม แต่กลับลดลง เพราะโอกาสการสร้างงานมีน้อย จากการพึ่งพาเทคโนโลยี-นวัตกรรม และ AI มากขึ้น ส่งต่อถึงแนวโน้มการปิดกิจการของโรงงานก็ยังมีมากขึ้นตามไปอีก ทำให้ศักยภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรมไทยถดถอยลง

นายนาวา กล่าวว่า สำหรับสาเหตุสำคัญ คือ ราคาสินค้าที่ตกต่ำ จากภาวะสงครามทางการค้า โดยเฉพาะการส่งออกของสินค้าจีนราคาถูก ที่แย่งตลาดของสินค้าไทยในประเทศ ทังนี้สินค้าจีนไม่ได้มีการผลิตเพิ่มขึ้น แต่ตลาดส่งออกของจีนลดลง จากมาตรการกีดกัน และควบคุมการนำเข้าสินค้าของ สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ทำให้จีนหันมาส่งออกให้กับกลุ่มประเทศในอาเซียนมากขึ้น

“อยากฝากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยดูแล ประเด็นแรกคือ การเพิ่มมาตรการทางภาษี หรือเครื่องมือที่จะลดนำเข้าของสินค้าราคาถูกให้เข้มข้นขึ้น สองคือ การช่วยเรื่องต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะราคาวัตถุดิบ ค่าครองชีพ ราคาพลังงาน ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น และสาม คือ การปรับตัวของโครงสร้างโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในประเทศ”

นายนาวา กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์