CEO ส.อ.ท. ส่งโจทย์ใหญ่ 5 ด้าน ให้รัฐบาลใหม่ทำใน 90 วัน

29 มี.ค. 2566 - 10:02

  • ซีอีโอ สะท้อนปัญหาภาคอุตสาหกรรมผ่าน FTI Poll ชี้ 5 ข้อติดขัด ฝากเป็นการบ้านรัฐบาลใหม่ช่วยแก้ใน 90 วันแรก

  • แจง มีทั้งปัญหาพลังงานแพง ต้นทุนวัตถุดิบแพง ต้นทุนทางการเงิน ปัญหาแรงงาน และการคอร์รัปชัน

  • ชี้ เป็นกลไกสำคัญเคลื่อนเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน

FTI_Poll_CEO_energy_raw_material_cost_financial_labor_corruption_SPACEBAR_Thumbnail_62160edf32.jpeg
เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผย ส.อ.ท. จัดทำ FTI Poll ภายใต้หัวข้อ ‘สิ่งที่อยากให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการใน 90 วันแรก’ โดยพบ 5 ประเด็นสำคัญ ที่เป็นปัญหาอุปสรรค์ของภาคเอกชน และต้องการให้รัฐบาลใหม่ช่วยพิจารณาเมื่อได้เป็นรัฐบาล ซึ่งในประเด็นการสำรวจผู้บริหาร เพื่อให้แสดงความคิดเห็น มีเรื่องสำคัญดังต่อไปนี้  

1. ท่านคิดว่ารัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาภาคพลังงานและค่าไฟในเรื่องใด  

พบว่า 77.8% ต้องการให้ปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ เช่น ค่าไฟฟ้า น้ำมัน ก๊าซฯ และปรับลดสัดส่วนเชื้อเพลิงที่ผลิตไฟให้สมดุล ความเห็น 70% ต้องการให้พิจารณาปรับลดค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) เดือน ก.ย.-ธ.ค. 66 ให้ลดลงมาเพื่อลดภาระผู้ประกอบการ 50.6% แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อให้เอกชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาพลังงาน (กรอ.) พลังงาน เป็นต้น 

2. ท่านคิดว่ารัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาต้นทุนวัตถุดิบแพงและการสร้างความปลอดภัยให้กับห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain Security) ในเรื่องใด 

พบว่า 65.3% ขอให้มีการทบทวนปรับลดโครงสร้างภาษีนำเข้าในกลุ่มสินค้าวัตถุดิบที่ไม่กระทบต่อผู้ผลิตในประเทศ, รองลงมา 58.3% ลดขั้นตอนและค่าธรรมเนียมด้านศุลกากรและส่งเสริมการใช้งานแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลระหว่างประเทศของไทย, 54.6% การจัดทำแผนพัฒนาและรองรับปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ฯลฯ 

3. ท่านคิดว่ารัฐบาลใหม่ควรเร่งแก้ไขปัญหาต้นทุนทางการเงินในภาคธุรกิจอย่างไร

พบว่า 60% ต้องการให้ออกมาตรการช่วยลดภาระต้นทุนการผลิตให้แก่ SMEs ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น ลดค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าธรรมเนียมต่างๆ ฯลฯ รองลงมาได้แก่ ปรับปรุงเงื่อนไขการขอรับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนสำหรับ SMEs ให้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น, ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องและเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน ฯลฯ

4. ท่านคิดว่ารัฐบาลใหม่ควรแก้ไขปัญหาแรงงานอย่างไร

พบว่า 65.8% สนับสนุนการจ่ายค่าจ้างแรงงานตามทักษะฝีมือและรัฐปรับปรุงระบบสวัสดิการแรงงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับแรงงาน รองลงมาคือการจัดสรรงบประมาณในการสนับสนุนการเพิ่มทักษะฝีมือแรงงานเพื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจยุคใหม่ เป็นต้น 

5. ท่านคิดว่ารัฐบาลใหม่ควรแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างไร

พบว่า 74.7% ต้องการให้ปรับปรุงกฎหมายรองที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติอนุญาตภาครัฐและที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ รวมทั้งยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัย 62.1% ปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแก้ฮั้วประมูล เป็นต้น
Photo01_7ec663a7f9.jpeg
ทั้งนี้ ผลสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) ข้างต้นมาจากจำนวนซีอีโอ 427 ท่าน ในงานประชุมสามัญประจำปี 2566 (28 มีนาคม 2566) ซึ่งหลังเสร็จสิ้น ส.อ.ท. ได้มอบหนังสือเอกสารข้อสรุปความเห็นของภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด ส่งให้ตัวแทน 9 พรรคการเมือง ที่ขึ้นเวทีดีเบตในวงเสวนา ‘วิสัยทัศน์การขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย’ ในวันเดียวกันเรียบร้อยแล้ว 

สำหรับ 9 พรรคการเมืองที่ร่วมเวทีครั้งนี้ ประกอบด้วย 
1) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล  
2) ผศ.สันติ กีระนันทน์ กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา  
3) สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า  
4) สุพันธุ์ มงคลสุรี รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคไทยสร้างไทย 
5) เกียรติ สิทธีอมร คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปัตย์  
6) อุตตม สาวนายน ประธานคณะกรรมการจัดทำนโยบาย พรรคพลังประชารัฐ  
7) นายแพทย์ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ และประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย  
8) ภาดาท์ วรกานนท์ ว่าที่ผู้สมัครเขตดินแดง-พญาไท พรรคภูมิใจไทย  
9) สุชาติ ชมกลิ่น กรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรคการเมือง พรรครวมไทยสร้างชาติ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์