อนาคตอุตสาหกรรมแร่ Rare Earth Green Mining อัครา
SPACEBAR สนทนา กับ นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้เล่าเรื่องธุรกิจเหมืองแร่ ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันว่า มีข้อมูลบางเรื่องที่คนไทยยังไม่ทราบเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมนี้มีมูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท เกี่ยวข้องคนไทยทุกคน คนไทยใช้แร่กันทุกคนใช้คนละ 3.8 ตัน ต่อคนต่อปี ใช้ตั้งแต่ตื่นนอนเฉลี่ยคนไทยใช้แร่ 10 กิโลกรัม ต่อคนต่อวัน เริ่มตั้งแต่ตื่นมองเห็นฝ่าเพดานยิปซัม แปรงฟันใช้ฟูออไรด์ ขับรถผ่านทางด่วนถนน ใช้แร่ทั้งนั้น ถนน เขื่อน สิ่งจำเป็นต่างๆ แร่ทั้งนั้น

MOU กับ สหรัฐ เพื่อ สำรวจ Rare Earth มองเป็นโอกาส
อธิบดีกรมเหมืองแร่ เล่าอีกว่า เรื่องที่คนสนใจ เรื่อง Rare Earth เรามองว่าเป็นเรื่องบวก เรื่องตั้งต้นมาจากสหรัฐ ถือเป็นเรื่องดีที่อุตสาหกรรมแร่ของไทยได้รับความสนใจ การสำรวจแร่หายากเราทำมานาน Rare Earth เป็นเพื่อกับ แร่ดีบุก แร่หายากที่มีศักยภาพที่เราพบคือ โมนาไซต์ กับ ซิโนไทม์ จาการสำรวจเหมือนดีบุกเก่าเราพบแร่สองตัวนี้แต่ความเข้มข้นยังไม่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์ ถ้าจะทำเหมือง ที่เจอแค่ 300 PPM ถ้าเจอเข้มประมาณ 500 PPM ถึงจะคุ้มโดยลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมได้จริง ที่เจอไม่คุ้ม ที่คุ้มยังไม่เจอ
“การร่วมลงนามกับสหรัฐเป็นการเปิดกว้าง ถ้าเขามีเทคโนโลยีมาช่วยและถ้าพบแร่แล้วจะทำหรือไม่ทำเหมือง ก็เข้ากระบวนการตามกฎหมายไทย ถ้าไม่เจอสามารถนำแร่เข้ามาสกัดให้มีความเข้มข้นให้มากขึ้นเพื่อรองรับอุตสาหกรรม EV หรือ แบตเตอรี่ ที่เราตั้งใจจะเป็นฮับในการผลิตรถเราทำได้ ภาพรวม MOU ไม่ได้มีผลเสียอะไร ในอาเซียนก็คุยเรื่องนี้ประจำมีฐานข้อมูลที่ทำร่วมกัน เราพร้อมจะทำ MOU และมีความร่วมมือกับทุกประเทศ โดยเข้ามาประกอบการตามกฎหมายไทย ”
การสำรวจ Rare Earth ที่พบในประเทศไทยอยู่ตามแนวเทือกเขาทางทิศตะวันตก อยู่กับแหล่งแร่และเหมืองดีบุก กรมฯ จะสำรวจตามแหล่งที่มีศักยภาพก่อน ถ้าจะสำรวจทั่วประเทศอาจจะทำได้ยาก ส่วนข้อมูลที่บอกว่าประเทศไทยส่งออก Rare Earth จำนวนมาก เป็นเรื่องจริงแต่ไม่ใช่แร่ที่เราผลิตเอง เป็นแร่ที่เราเอามาจากแอฟริกา และออสเตรเลีย นำเข้ามาทำให้เข้มข้นขึ้นแล้วส่งออก เราส่งออกเยอะแบบนำเข้าเพื่อเพิ่มมูลค่า แต่เราไม่มีเหมือนของตัวเอง
“ข้อมูลที่คนไม่รู้คือ แร่ที่มีความผันผวนมากๆ คือ แร่ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนไปสู่พลังงานสะอาด ถ้าเราอยากเปลี่ยนไปสู่พลังงานสะอาดเราต้องเอาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้มากขึ้น เช่น โซลาเซล ใช้ ซิลิคอน แบตเตอรี่ EV ต้องใช้ลิเทียม ต้องใช้ Rare Earth อะไรที่เป็นกลไกทำให้เกิดพลังงานสะอาดต้องใช้แร่มาก จึงมีกลไกราคาผันผวน Rare Earth ราคาหนึ่งตัน 60-100 ล้านบาท พอเปิดเหมืองเยอะๆ ราคาก็ลง ”

เหมืองทองอัคราจบด้วยดี
กรณีข้อพิพาทกรณีเหมืองทองอัครา ที่มีข้อพิพาทระหว่าง รัฐบาลไทย กับ Kingsgate Consolidated Limited บริษัท Kingsgate ได้แจ้งต่อคณะอนุญาโตตุลาการ ขอยุติข้อพิพาทที่มีต่อรัฐบาลไทย เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ทำให้ข้อพิพาท 8 ปี สิ้นสุดลง เรื่องนี้เป็นการยุติข้อพิพาทโดยผู้ฟ้องมีความจำนงยุติข้อพิพาท เขามาถามฝั่งไทยว่าขัดข้องไหม ไทยตกลง จึงเป็นการยุติข้อพิพาทโดยสองฝ่ายตกลงกัน เป็นการเห็นร่วมกันว่าการยุติข้อพิพาทเป็นเรื่องดี เมื่อมีการรายงานอย่างเป็นทางการเราจะสรุปแจ้งต่อกระทรวง ถือว่าเป็นการจบด้วยดี
Green Mining แนวทางสำหรับอนาคต
ทิศทางในอนาคตของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ นายอดิทัต กล่าวว่าอุตสาหกรรมแร่กำกับดูแลด้วยพ.ร.บ.แร่ ปรับปรุงครั้งล่าสุด พ.ศ.2560 เขียนใหม่ทั้งฉบับ ในนั้นกำหนดให้ทำยุทธศาสตร์บริหารจัดการแร่ และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ทุก 5 ปี ปัจจุบันเรามีแผนฉบับที่ 2 สิ้นสุด 2570 แผนปัจจุบันมีแผนพัฒนา 4 ด้าน เริ่มจากนโยบาย กลไกในการอนุญาต ส่งเสริมนวัตกรรม ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดก
เพื่อรองรับกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จะส่งเสริมการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสังคมและสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบกับสุขภาพประชาชน ร่วม Green Mining ดูแลสิทธิมนุษยชน ปลูกต้นไม้ ระวังผลกระทบกับชุมชน กำหนดให้ผู้ได้ประทานบัตรต้องเข้าร่วม Green Mining ข้อกำหนดระบุว่าผู้ประกอบการต้องเข้าร่วม ถ้าการประกอบการไม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีโทษปรับ จุดมุ่งหมาย คือพยายามลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด
การเข้าร่วม Green Mining สำหรับผู้ประกอบการรายเก่าตอนได้ประทานบัตรยังไม่มีเงื่อนไขนี้ เราพยายามชักชวน ที่มาใหม่ต้องเข้าร่วม ของเก่าทะยอยหมด ของใหม่ต้องเข้าร่วม ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว 300-400 ราย จากทั้งหมด 800 ราย การเข้าร่วมและผ่านเกณฑ์มาตรฐานเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการเพราะใช้แร่คุ้มค่า ลดผลกระทบ ลดต้นทุน การร้องเรียนก็น้อยลง
“แม้แต่การใช้วัตถุระเบิด ต้นปี 2570 ผู้ประกอบการทุกรายต้องใช้ตัวจุดระเบิดที่ปลอดภัย เพื่อลดแรงสั่นสะเทือน ลดเสียง ควบคุมการระเบิดได้ดีขึ้น แม้ต้นทุนของตัวแก๊บจะแพงขึ้นสิบเท่า ทำ mining 4.0 เกณฑ์มาตรฐานวัดระดับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ เน้นการดูแลสิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน”
การปรับปรุงระบบการอนุมัติอนุญาต การชำระค่าภาคหลวง ผ่านช่องทางออนไลน์ การชำระค่าภาคหลวงผ่านอิเล็กทรอนิกส์ Digital mining E-licence กลางปี 2569 น่าจะเสรการนำรวมถึงการนำนวัตกรรมมาใช้ ในการกำจัดซากแบตเตอรี่ที่คาดว่าจะมีหลายแสนตันในสามปีข้างหน้า เท่ากับตึกใบหยกสามตึก เราสามารถเผาทำลายสกัดแบตเตอรี่ลิเทียมได้ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทำผ่านการรับฟังควาามคิดเห็นในการทำเหมือง การสนับสนุน อบต.ทั่วประเทศที่มีสถานประกอบการเหมืองแร่ โดยให้นำเงินไปใช้ในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
รายงานสถานการณ์เหมือนแร่ ตั้งแต่ต้นปี - ตุลาคม เก็บค่าภาคหลวงได้ 4,235 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 30 แม้จะอนุมัติประทานบัตรน้อยลง หลักๆ มาจากหินก่อสร้าง ร้อยละ 35 อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ร้อยละ 27 เชื้อเพลิง ร้อยละ 16 แร่อื่น ร้อยละ 16 ทองคำ และแร่มีค่า ร้อยละ 6 แร่ที่ส่งออกหลักๆ คือ ยิบซัม ไฮดราย เป้าหมายของการดูแลแร่คือ ผลิตให้เพียงพอกับการใช้ในประเทศไม่ได้เน้นว่าต้องสร้างรายได้จากการส่งออก การนำเข้าส่งออกจึงกำกับดูแลแร่ที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก การนำเข้ากำกับผ่านกลไกของกรมศุลกากร

ภารกิจ 2569
ปี 2569 พัฒนาระบบไปสู่อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น นโยบายบริหารจัดการแร่บางชนิด ลิเทียม หินอุตสาหกรรม Rare Earth จะมีการบริหารจัพัฒดการให้ดีขึ้น มีการพัฒนาความรู้เจ้าหน้าที่ให้กำกับดูแลเหมืองแร่ได้ดียิ่งขึ้น เปิดช่องทางเข้าถึงข้อมูลและประทานบัตรได้ดียิ่งขึ้น ฝากไปถึงผู้ประกอบการขอให้ประกอบกิจการเข้มงวดตามกฎหมาย เหมืองต้องอยู่กับชุมชนให้ได้ สิ่งที่ปกป้องเหมือนแร่คือ ชุมชนที่รับการดำรงอยู่ของเหมืองได้ เหมืองต้องดูแลคุณภาพชีวิตของชุมชนด้วยกองทุนที่สนับสนุนพื้นที่




