บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินแนวโน้มราคาทองคำในปี 2569 ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยมีโอกาสทดสอบระดับ 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราว 70,350 บาทต่อบาททองคำ จากแรงหนุนหลักทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค และแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ระบุว่า ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจในฐานะ “หลุมหลบภัย” ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการเมืองโลก แม้ราคาจะอยู่ในระดับสูงแล้วก็ตาม
3 ปัจจัยหลักหนุนทองพุ่งต่อเนื่อง
1. ภูมิรัฐศาสตร์โลกตึงเครียด หนุนแรงซื้อทองคำ ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังคงยืดเยื้อในหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น
• สหรัฐฯ–เวเนซุเอลา ประเด็นพลังงาน ความมั่นคง และการแข่งขันอิทธิพลกับจีน–รัสเซีย
• สหรัฐฯ–ซีเรีย จากปฏิบัติการโจมตีกลุ่ม ISIS เพื่อตอบโต้เหตุซุ่มโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ
• บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ในกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นแหล่งแร่หายากสำคัญต่ออุตสาหกรรมชิป แบตเตอรี่ EV และอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหารและเส้นทางเดินเรือใหม่ของโลก
• ความตึงเครียดจีน–ญี่ปุ่น–ไต้หวัน หลังญี่ปุ่นส่งสัญญาณพร้อมแทรกแซงหากเกิดการใช้กำลังทางทหาร
ปัจจัยเหล่านี้ล้วนกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
2. เฟดจ่อหั่นดอกเบี้ย หนุนราคาทองคำระยะถัดไป GBS คาดว่าเฟดมีแนวโน้มลดอัตราดอกเบี้ยลงรวม 0.50% สู่ระดับ 3.25% เพื่อพยุงเศรษฐกิจโลกที่เผชิญแรงกดดันจากการลงทุนที่ชะลอตัวและความเสี่ยงทางการเมืองการลดดอกเบี้ยจะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน กระตุ้นการลงทุน และเพิ่มความน่าสนใจของทองคำเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ให้ผลตอบแทนคงที่
3.เงินเฟ้อชะลอ แต่ยังอยู่ระดับสูง สนับสนุนบทบาททองคำ อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 2.5–2.7% ลดลงจากปีก่อนหน้า แม้ยังสูงกว่าเป้าหมายเฟดที่ 2% แต่ถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้สถานการณ์ดังกล่าวเปิดทางให้เฟดใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น โดยไม่เสี่ยงต่อเงินเฟ้อเร่งตัว ซึ่งเป็นบวกต่อราคาทองคำในระยะกลางถึงยาว
มุมมองการลงทุน
แม้ราคาทองคำจะปรับขึ้นมามากแล้ว แต่ GBS มองว่ายังมีความน่าสนใจจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก รวมถึงแผนเพิ่มงบกลาโหมของสหรัฐฯ สู่ระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปี 2570 แนะนำกลยุทธ์ ทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว ในกรอบ 4,450–4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการลงทุนปี 2569





