เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 69 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไฟเขียวปรับแผนบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 เพิ่มวงเงินก่อหนี้ใหม่กว่า 2.2 แสนล้านบาท พร้อมยืนยันสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ยังอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด
กู้เพิ่ม 2.2 แสนล้าน เพื่ออะไร?
ครม. อนุมัติปรับแผนก่อหนี้ใหม่เพิ่มขึ้นจาก 1.26 ล้านล้านบาท เป็น 1.48 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 221,200 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการบรรจุโครงการสำคัญเพิ่มเติม 4 โครงการที่ ครม. อนุมัติแล้ว ได้แก่ เงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก. แก้ไขวิกฤตพลังงาน วงเงิน 200,000 ล้านบาท และเงินกู้ระยะยาวเพื่อเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 20,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน แผนบริหารหนี้เดิมถูกปรับลดลงกว่า 23,960 ล้านบาท ส่วนแผนชำระหนี้ปรับเพิ่มขึ้นอีกกว่า 27,668 ล้านบาท สะท้อนว่ารัฐบาลพยายามสมดุลระหว่างการลงทุนและการรักษาวินัยการคลังไปพร้อมกัน
หนี้สาธารณะ 68% ของ GDP น่ากังวลไหม?
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 'รัชดา ธนาดิเรก' ระบุว่า หลังปรับแผน สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะอยู่ที่ 68.03% ซึ่งยังต่ำกว่าเพดานตามกรอบวินัยการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% หมายความว่ายังมีพื้นที่ทางการคลังเหลืออยู่ประมาณ 2% หากเกิดเหตุฉุกเฉินในอนาคต
รัฐบาลย้ำว่านี่ไม่ใช่การกู้แบบไม่มีแผน แต่เป็นการปรับให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจจริง ทั้งด้านการลงทุน สภาพคล่อง และความพร้อมของโครงการต่าง ๆ
สัญญาณอะไรที่รัฐบาลกำลังส่ง?
การปรับแผนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังคงผันผวน รัฐบาลต้องการใช้เครื่องมือทางการคลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ ควบคู่กับการส่งสัญญาณความมั่นใจต่อนักลงทุนและภาคธุรกิจว่า ประเทศไทยยังบริหารภาระหนี้ได้อย่างมีเสถียรภาพ และพร้อมรองรับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนได้




