ทุเรียนสวนคุณยาย ‘ระยอง’ จากสวน GI สู่ตลาดโลก รักษาคุณภาพ สู้ต้นทุน หาทางออกในประเทศ

20 มี.ค. 2569 - 10:57

  • ส่งออก 80% แต่ “ตลาดไทย” คือทางรอดใหม่

  • ต้นทุนพุ่ง + แข่งเดือด → เลือกไม่ลดคุณภาพ

  • บุฟเฟต์ทุเรียน = โมเดลสร้างรายได้ + อนุรักษ์พันธุ์โบราณ

ทุเรียนสวนคุณยาย ‘ระยอง’ จากสวน GI สู่ตลาดโลก รักษาคุณภาพ สู้ต้นทุน หาทางออกในประเทศ

" ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น การแข่งขันที่ดุเดือดจากประเทศเพื่อนบ้าน และพฤติกรรมการส่งออกที่ยังคงซับซ้อน คุณไอยลดา ธโนปจัย เจ้าของ "ทุเรียนสวนคุณยาย" เขาชะเมา จังหวัดระยอง เจ้าของสวนผู้รับรอง GI ไม่ได้นั่งรอการเยียวยาจากภาครัฐ แต่เดินหน้าสร้างตลาดในประเทศด้วยตัวเอง ผ่านบุฟเฟต์ทุเรียนในสวน สาขาใหม่ และพันธมิตรกับโรงแรม GO Hotel "

โครงสร้างรายได้: ส่งออก 80% แต่ตลาดในประเทศคือทางรอด

สวนคุณยายพึ่งพาการส่งออกถึง 80% ของกำลังการผลิตทั้งหมด โดยมีตลาดจีนเป็นปลายทางหลัก ผ่านตลาดเจียงหนาน ซึ่งเป็นประตูหลักในการกระจายสินค้าเกษตรเข้าสู่แผ่นดินใหญ่มานานหลายทศวรรษ ที่เหลืออีก 10% คือการท่องเที่ยวและตลาดในประเทศที่กำลังขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ

กำลังการผลิตในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ราว 200–300 ตันต่อปี อย่างไรก็ตาม ปีนี้คาดว่าอาจไม่ถึง 200 ตัน เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ทั้งความหนาวเย็นหลายรอบและฝนที่ตกต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตเสียหายและปริมาณลดลงกว่าปกติ

เป้าหมายเชิงกลยุทธ์

ลดการพึ่งพาตลาดส่งออกเพียงอย่างเดียว หันมาเพิ่มสัดส่วนตลาดในประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงและส่งตรงจากสวนถึงมือผู้บริโภคในราคายุติธรรม

ต้นทุนพุ่ง 10%: สงครามตะวันออกกลางกระทบสวนระยอง

ผลพวงจากความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบทอดยาวมาถึงชาวสวนระยอง ต้นทุนการผลิตของสวนคุณยายเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% โดยมีสาเหตุหลัก 3 ประการ ได้แก่

•        ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น — ใช้ทั้งในการสูบน้ำ การเกี่ยวและขนส่งผลผลิต

•        ราคาปุ๋ยที่พุ่งสูงขึ้น — อย่างน้อย 200 บาทต่อกระสอบ 50 กิโลกรัม

•        ค่าแรงงานที่ตึงตัว — ท่ามกลางการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนแรงงานถูกกว่า

แนวทางรับมือของสวนคุณยายไม่ใช่การลดต้นทุนด้านคุณภาพ แต่เลือกหาช่องทางตลาดใหม่แทน เพื่อให้ราคาขายที่ดีขึ้นมาชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

สมรภูมิส่งออก: ไทยยังได้เปรียบด้านคุณภาพ แต่แพ้ระยะทาง-เวลา

หากในอดีตไทยครองตลาดทุเรียนจีนแทบเบ็ดเสร็จ ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตลาดจีนรับทุเรียนจากทุกทิศ ทั้งเวียดนาม ลาว กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมถึงจีนเองที่เริ่มปลูกทุเรียนในประเทศ แม้คุณภาพยังสู้ไทยไม่ได้ก็ตาม

จุดอ่อนที่ไทยต้องเผชิญ

•        ระยะเวลาขนส่งยาวนานขึ้น — จากเดิม 7 วันถึงจีน ปัจจุบันใช้เวลา 15 วัน เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น

•        ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามใกล้จีนกว่า — ใช้เวลาขนส่งเพียงประมาณ 7 วัน ทำให้ตัดทุเรียนได้แก่กว่า คุณภาพดีกว่าในเชิงการค้า

•        ต้นทุนแรงงานต่ำกว่าในหลายประเทศคู่แข่ง — ทำให้ราคาสินค้าต่อหน่วยถูกกว่าไทย

จุดแข็งที่ยังรักษาไว้ได้

•        คุณภาพเนื้อทุเรียนไทย — ไม่ใช้สารเร่งสุก ปล่อยให้สุกตามธรรมชาติ เนื้อมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เหนือกว่า

•        มาตรฐาน GI — สวนคุณยายได้รับการรับรองสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ยืนยันความเป็นทุเรียนระยองแท้

•        ความหลากหลายของสายพันธุ์ — โดยเฉพาะสายพันธุ์โบราณที่หาไม่ได้จากที่อื่น

gi-durian-lover-SPACEBAR-Photo10.jpg
gi-durian-lover-SPACEBAR-Photo11.jpg
gi-durian-lover-SPACEBAR-Photo01-1.jpg

ปัญหาล้งจีน: นอมินีในวงการทุเรียน

ความท้าทายที่ซับซ้อนอีกชั้นคือการเข้ามาของทุนจีนในรูปแบบ "นอมินี" ซึ่งใช้คนไทยเป็นตัวแทนในการรับซื้อผลผลิต ส่งผลให้เกิดการแข่งขันกันชิงซื้อทุเรียนในช่วงที่ราคาดี

ผลเสียที่ตามมาคือการ "ชิงตัดก่อนเวลา" เพื่อให้ได้ปริมาณและราคาตามเป้า ทุเรียนที่ตัดเร็วมีเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งเพียง 60–65% (ขั้นต่ำส่งออกคือ 70%) ทำให้คุณภาพต่ำลง ส่งผลให้ราคาทุเรียนไทยในตลาดจีนตกต่ำ กระทบชาวสวนทั่วทั้งห่วงโซ่

เราถอยตัวเองออกมาจากตลาดส่งออกเพราะทนต่อสภาพแวดล้อมนั้นไม่ได้ แล้วหันมาเน้นตลาดในประเทศแทน เพราะถ้าส่งออกอย่างเดียว หลายคนหมดเนื้อหมดตัวมาแล้ว

วิถีสวนคุณยาย: คุณภาพที่ไม่ยอมประนีประนอม

หัวใจสำคัญที่ทำให้สวนคุณยายแตกต่างคือการยืนหยัดไม่ใช้สารเร่งสุก ปล่อยให้ทุเรียนแต่ละลูกสุกตามธรรมชาติ ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญในการอ่านระยะสุกของแต่ละสายพันธุ์อย่างละเอียด

ระยะสุก: วิทยาศาสตร์ที่ต้องอ่านให้แม่นยำ

มาตรฐานน้ำหนักแห้งสำหรับการส่งออกตาม มกอช. 3/67 ในการควบคุมคุณภาพ กำหนดไว้ที่ 27–32% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เช่น ชะนีและพวงมณีอยู่ที่ 30% ส่วนหมอนทองและก้านยาวอยู่ที่ 32% ขณะที่ตลาดในประเทศนิยมทุเรียนที่แก่กว่า 36–40% ซึ่งให้ความหวานสูงสุดและเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุด

ทุเรียนสายพันธุ์โบราณมีช่วงเวลาสุกที่แคบมากสุกแล้วต้องทานทันที ถ้าเลยระยะพอดีไปเพียงชั่วโมงเดียวรสชาติจะเปลี่ยนไปทันที นี่คือเหตุผลที่รูปแบบบุฟเฟต์ในสวนจึงเหมาะสมที่สุด เพราะทานสดจากต้นแท้ๆ

คลังสายพันธุ์: มากกว่า 10 ชนิดในสต็อก

สวนคุณยายรวบรวมสายพันธุ์ทุเรียนไว้มากกว่า 10 สายพันธุ์ ครอบคลุมทั้งสายพันธุ์ยอดนิยมและสายพันธุ์โบราณหายาก

•        สายพันธุ์ยอดนิยม: หมอนทอง ก้านยาว (มีหลายพันธุ์ย่อย เช่น ก้านยาววัดสัก ก้านยาวมเหศักดิ์ ก้านยาวศรีสุวรรณ)

•        สายพันธุ์โบราณ: นวลทองจันทร์ นกหยิบ พวงมณี หลงลับแล มูซันคิง ชะนี กระดุม

•        สายพันธุ์พิเศษ: นกหยิบ (กรอบนอกนุ่มใน ทานได้ทั้งดิบและสุก), กบ (สายพันธุ์โบราณที่หายากมาก)

แต่ละวันสายพันธุ์ที่พร้อมเสิร์ฟขึ้นอยู่กับว่าลูกไหนสุกพอดีในช่วงเช้า บางวันอาจได้ 4 สายพันธุ์ บางวันโชคดีได้ครบ 10 สายพันธุ์พร้อมกัน ความไม่แน่นอนนี้เองกลายเป็นแรงดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาซ้ำ เพื่อ "สะสม" สายพันธุ์ที่ยังไม่เคยได้ชิม

gi-durian-lover-SPACEBAR-Photo04-1.jpg
gi-durian-lover-SPACEBAR-Photo12.jpg
gi-durian-lover-SPACEBAR-Photo03.jpg

ยุทธศาสตร์ตลาดในประเทศ: ตัดพ่อค้าคนกลาง ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค

เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการส่งออกเพียงอย่างเดียวสวนทุเรียนคุณยายจึงหันมาเน้นตลาดในประเทศผ่านโมเดล "ทุเรียนบุฟเฟ่ต์" ที่เป็นพาร์ตเนอร์กับโรงแรม GO Hotel โรงแรมภายใต้การบริหารของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่จากนักท่องเที่ยวที่จองห้องพัก รับสิทธิ์บุฟเฟต์ฟรี! เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม – กรกฎาคม 2569 โดยชูจุดเด่นเรื่อง "ทุเรียนสายพันธุ์โบราณ" และคุณภาพระดับ GI ที่ไม่ใช้สารเร่งสุก

คุณอธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ Manager, Hotel Operations (GO Hotel) (ด้านซ้าย), คุณไอยลดา ธโนปจัย เจ้าของ "ทุเรียนสวนคุณยาย" (ด้านขวา)
คุณอธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ Manager, Hotel Operations (GO Hotel) (ด้านซ้าย), คุณไอยลดา ธโนปจัย เจ้าของ "ทุเรียนสวนคุณยาย" (ด้านขวา)

• บุฟเฟ่ต์หมอนทอง: ราคา 999 บาท (รวมอาหารคาว-หวานซิกเนเจอร์ เช่น แกงเขียวหวานทุเรียน, หมูชะมวง)

• บุฟเฟ่ต์พรีเมียม (สายพันธุ์โบราณ): ราคา 1,299 บาท รวบรวมทุเรียนกว่า 10 สายพันธุ์ เช่น มูซานคิง, โอวฉี, นกหยิบ, และตระกูลก้านยาว-กบ ต่างๆ

• แนวคิด: สนับสนุนให้คนไทยได้ทานทุเรียนคุณภาพพรีเมียมในราคาที่จับต้องได้ และเป็นการอนุรักษ์สายพันธุ์โบราณที่หาทานยาก ช่วยให้ชาวสวนในเครือข่ายมีที่ระบายผลผลิตโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง

เราพยายามหาช่องทางตลาดสัญจรและเปิดสาขาตามเส้นทางหลัก เพื่อให้ทุเรียนส่งตรงถึงมือผู้บริโภค เพราะถ้าพึ่งพาส่งออกอย่างเดียว หลายรายอาจถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัวจากมาตรการกีดกันและการตรวจสารที่เข้มงวด

gi-durian-lover-SPACEBAR-Photo08.jpg

นโยบายภาครัฐ: มาตรฐาน มกอช. 3/67 กับการควบคุมคุณภาพ

ระยอง จันทบุรี และตราด สามจังหวัดหลักในการผลิตทุเรียนภาคตะวันออก ได้ร่วมกันกำหนดมาตรการควบคุมวันเก็บเกี่ยวและมาตรฐานเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง ภายใต้มาตรฐาน มกอช.3/67

มาตรฐานนี้ครอบคลุมเฉพาะ 5 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ กระดุม พวงมณี ชะนี ก้านยาว และหมอนทอง สายพันธุ์โบราณอื่นๆ ยังไม่อยู่ในกรอบมาตรฐานดังกล่าว ซึ่งเป็นโอกาสที่สวนคุณยายใช้ประโยชน์ในการสร้างความโดดเด่นและมูลค่าเพิ่มให้กับสายพันธุ์หายาก

gi-durian-lover-SPACEBAR-Photo09.jpg
gi-durian-lover-SPACEBAR-Photo06.jpg
gi-durian-lover-SPACEBAR-Photo05.jpg

ข้อมูลสวนทุเรียนคุณยาย

•        ที่ตั้ง: สวนคุณยาย เขาชะเมา จังหวัดระยอง

•        บุฟเฟต์ทุเรียน: เปิดทุกวัน มีนาคม–กรกฎาคม ราคาเริ่มต้น 999 บาท (หมอนทอง) / 1,299 บาท (หลายสายพันธุ์)

•        มาตรฐาน: ได้รับการรับรอง GI (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ทุเรียนระยอง

•        ไม่ใช้สารเร่งสุก ปล่อยสุกตามธรรมชาติทุกลูก

•        จองสิทธิ์บุฟเฟต์ผ่าน GO Hotel: โทร. 061-596-6526 (อาย) / 062-969-3245 (นุ้ค) — แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์