สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองในประเทศวันนี้ (10 ก.พ. 2568) ปรับขึ้นแล้ว 13 ครั้ง รวม 850 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่ง รับซื้ออยู่ที่ 46,500 บาท ขายออก 46,600 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อ 45,661.92 บาท ขายออก 47,100 บาท
โดยเปิดตลาดวันนี้ ทองปรับขึ้น 250 บาท จากนั้น มีการปรับอีก 12 ครั้ง ครั้งละ 50 บาท
ส่วนราคาทองคำโลก หรือ Gold Spot อยู่ที่ 2,926.80 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ด้านนักวิเคราะห์จาก บริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด YLG วรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ มองว่าการทำสงครามการค้าของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น และเป็นลักษณะเหวี่ยงแห ล่าสุดเตรียมขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก-อะลูมิเนียม 25% กรณีดังกล่าวอาจส่งผลต่อการเร่งตัวของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งหากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลังเลในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้ราคาทองคำชะลอตัวลงในช่วงสั้น แต่ถ้าหากเฟดไม่กังวลในประเด็นนี้อาจไม่ได้ส่งผลลบต่อราคาทองคำ
ทั้งนี้ยังมองว่ามีหลายปัจจัยที่หนุนราคาทองคำให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า สงครามภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความผันผวนของค่าเงินบาท และการเข้าสะสมทองคำของธนาคารกลางโลก โดยเฉพาะธนาคารกลางจีนที่หันกลับสะสมทองคำเป็นทุนสำรอง ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในการป้องกันความเสี่ยงทำให้ราคาทองคำไม่ว่าจะเป็นทองคำโลกหรือทองคำไทยทำ All time high สูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้อย่างต่อเนื่องเกือบทุกวันหรือวันเว้นวัน สะท้อนให้เห็นแรงซื้อทองคำที่ยังคงแข็งแกร่ง
สำหรับแผนการลงทุน YLG แนะนำว่าหากทองคำอ่อนตัวลงมาในระดับจำกัดบริเวณแนวรับ 2,844 – 2,830 ดอลลาร์/ออนซ์ สามารถเข้าซื้อสะสมทำกำไรได้ คิดเป็นทองไทย 45,600 – 45,400 บาท/บาททองคำ แนวต้านที่ต้องระมัดระวังบริเวณ 2,887 ดอลลาร์/ออนซ์ คิดเป็นทองไทย 46,350 บาท/บาททองคำ






