ราคาทองคำในประเทศเช้านี้ (15 มิ.ย. 2569) มีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคารอบที่ 5 เวลา 10:09 น. มีการขยับย่อตัวลงเล็กน้อยระหว่างวัน โดยราคาทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่ 66,450 บาท ขายออก 66,650 บาท แม้จะปรับลดลง 50 บาทจากรอบก่อนหน้า แต่เมื่อเทียบกับราคาปิดวันก่อนหน้ายังคงพุ่งทะยานบวกแรงถึง 1,150 บาท สอดรับกับสัญญาณทางเทคนิคที่ราคาทองโลกเริ่มฟื้นตัวระยะสั้นหลังเข้าเขต Oversold ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ฮั่วเซ่งเฮง เปิดเผยบทวิเคราะห์ โดยระบุว่า สัปดาห์นี้ทิศทางทองคำยังคงเผชิญปัจจัยบวกและลบที่ต้องแย่งชิงพื้นที่นำตลาด โดยปัจจัยหนุน (Gold Bullish) มาจาก ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่จะประชุมในวันที่ 16 มิ.ย. ซึ่งตลาดคาดการณ์สูงถึง 90% ว่าอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 1% เพื่อสกัดเงินเยนอ่อนค่า ซึ่งมาตรการนี้จะส่งผลกดดันให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง และกลายเป็นแรงหนุนต่อราคาทองคำในระยะสั้น นอกจากนี้ยังต้องจับตาพิธีลงนามข้อตกลงสันติภาพอย่างเป็นทางการระหว่าง สหรัฐฯ – อิหร่าน ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. นี้ ซึ่งหากสำเร็จและมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการ อาจกดดันราคาน้ำมันดิบให้ร่วงลง ส่งผลให้เงินเฟ้อในอนาคตลดลงและลดแรงกดดันด้านดอกเบี้ยของเฟด
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบ (Gold Bearish) ที่ยังเป็นกำแพงหนาคือการประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 17 มิ.ย. แม้คาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% แต่สัญญาณเงินเฟ้อสหรัฐฯ ล่าสุดที่พุ่งสูงถึง 4.2% (สูงสุดในรอบ 3 ปี) ประกอบกับดัชนี PCE ที่จ่อแตะ 4% อาจบีบให้เฟดต้องส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยสูงยาวนาน หรืออาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. 2026 ซึ่งปัจจัยนี้จะหนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ให้ทรงตัวในระดับสูง กดดันราคาทองคำต่อยอดก้าวหน้าได้ยาก
กลยุทธ์การลงทุน
ทองคำโลก (Spot): มองแนวต้านถัดไปที่ 4,320 และ 4,420 ดอลลาร์ หากหลุดแนวรับสำคัญที่ 4,100 และ 4,020 ดอลลาร์ มีโอกาสไหลลงไปถึง 3,915 ดอลลาร์
ทองคำแท่งในประเทศ: แนะนำทยอยสะสมเมื่อราคาปรับฐานลงใกล้บริเวณ 64,100 บาท (ตัดขาดทุนที่ 63,200 บาท) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่แนวต้าน 66,800 และ 67,700 บาท





