GCAP GOLD ชี้เฟดเล็งลดสภาพคล่อง กดดันราคาทองคำหนักกว่าที่ตลาดคาด จับตาเงินทุนไหลเข้าดอลลาร์-พันธบัตร

2 ก.ค. 2569 - 12:09

  • เฟดอาจ "ลดสภาพคล่อง" ซ้ำเติมทองคำ — GCAP GOLD ชี้ Kevin Warsh อาจใช้นโยบายลดสภาพคล่องคู่กับคงดอกเบี้ยสูง หนุนดอลลาร์แข็ง-Bond Yield สูง กดราคาทอง

  • จับตาแนวรับ-แนวต้านสำคัญ — แนวต้าน 4,150–4,220 ดอลลาร์ (ทองไทย ~65,000–65,800 บาท) แนวรับ 3,925–3,870 ดอลลาร์ (ทองไทย ~62,100–61,800 บาท)

  • ระยะยาวยังมีแรงหนุน — ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อสะสม และความไม่แน่นอนภูมิรัฐศาสตร์ ช่วยจำกัด downside แม้ระยะสั้นแนวโน้มยังเป็นขาลง

GCAP GOLD ชี้เฟดเล็งลดสภาพคล่อง กดดันราคาทองคำหนักกว่าที่ตลาดคาด จับตาเงินทุนไหลเข้าดอลลาร์-พันธบัตร

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) ประเมินทิศทางราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง จากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวด โดยเฉพาะประเด็นที่ตลาดยังให้น้ำหนักไม่เต็มที่ นั่นคือความเป็นไปได้ที่เฟดอาจเดินหน้า "ลดสภาพคล่อง" ในระบบการเงินควบคู่กับการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งอาจกดดันราคาทองคำมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ในปัจจุบัน

'อารีรัตน์ มุราชัย' หัวหน้านักวิเคราะห์ GCAP GOLD เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินนโยบายของ Kevin Warsh ประธานเฟด มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการลดสภาพคล่องควบคู่กับนโยบายอัตราดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์และควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

"ลดสภาพคล่อง" คืออะไร ทำไมกดดันทองคำ

การลดสภาพคล่อง หมายถึงการดึงเม็ดเงินบางส่วนออกจากระบบการเงิน ทำให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้นและต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น หากเฟดเดินหน้าลดสภาพคล่องควบคู่กับการคงดอกเบี้ยสูง จะยิ่งหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนดอกเบี้ย ขณะเดียวกันนักลงทุนอาจทยอยเพิ่มสัดส่วนถือครองพันธบัตรและเงินสดมากขึ้น กดดันแรงซื้อทองคำในระยะสั้น

ปัจจัยหนุนระยะยาวยังอยู่

แม้ภาพระยะสั้นจะถูกกดดัน แต่ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวของทองคำยังได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก การกระจายความเสี่ยงออกจากดอลลาร์ และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งช่วยจำกัด downside ของราคาในระยะยาว โดย GCAP GOLD แนะนำให้ติดตามการสร้างฐานราคาและสัญญาณการกลับเข้าซื้อของนักลงทุนสถาบันอย่างใกล้ชิด

นางสาวอารีรัตน์ระบุว่า ปัจจัยที่ต้องจับตามากที่สุดในระยะนี้คือทิศทางค่าเงินดอลลาร์ สภาพคล่องในระบบการเงิน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หากดอลลาร์ยังแข็งค่าและ Bond Yield ทรงตัวสูง ราคาทองคำมีแนวโน้มถูกกดดันต่อเนื่อง แต่หากเริ่มเห็นสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินหรือดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้

กลยุทธ์การลงทุน

ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมองว่าราคาทองคำอยู่ในแนวโน้มขาลง แม้ระยะสั้นอาจเห็นแรงรีบาวด์ทางเทคนิคเนื่องจากราคาเข้าสู่เขต Oversold จึงแนะนำให้นักลงทุน:

  • ฝั่งขาย: รอจังหวะแบ่งขายทำกำไรหรือทยอยลดสถานะ หากราคาดีดตัวเข้าใกล้แนวต้าน 4,150–4,220 ดอลลาร์ (ทองคำไทยประมาณ 65,000–65,800 บาท) เพราะหากผ่านโซนนี้ไม่ได้ การฟื้นตัวยังมีแนวโน้มเป็นเพียงรีบาวด์ระยะสั้น และอาจเผชิญแรงขายอีกครั้ง
  • ฝั่งซื้อ: แนะนำรอทยอยสะสมเมื่อราคาปรับลงใกล้แนวรับ 3,925–3,870 ดอลลาร์ (ทองคำไทยประมาณ 62,100–61,800 บาท) ซึ่งเป็นโซนน่าสนใจกว่าการไล่ซื้อระหว่างราคากำลังรีบาวด์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์