GCAP GOLD ชี้เฟดส่งสัญญาณดอกเบี้ยสูงยาว กดราคาต่อเนื่อง จับตา PCE ดีลสหรัฐฯ-อิหร่านชี้ทิศทางระยะสั้น

24 มิ.ย. 2569 - 10:59

  • เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง กดดันทองคำต่อเนื่อง

  • จับตาเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง

  • แนวรับสำคัญ $4,090 หลุดระวังร่วงถึง $4,000

GCAP GOLD ชี้เฟดส่งสัญญาณดอกเบี้ยสูงยาว กดราคาต่อเนื่อง จับตา PCE ดีลสหรัฐฯ-อิหร่านชี้ทิศทางระยะสั้น

ราคาทองคำในประเทศดิ่งหนักกว่า 600 บาท วันนี้ ขณะที่ตลาดโลกยังอ่อนแรง หลังเฟดส่งสัญญาณคงนโยบายเข้มงวด นักวิเคราะห์แนะจับตา 3 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุน

ราคาทองคำแท่ง 96.5% ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ (ครั้งที่ 10 เวลา 10:43 น.) อยู่ที่ รับซื้อ 64,100 บาท / ขายออก 64,300 บาท ปรับตัวเพิ่ม 100 บาท จากการประกาศครั้งก่อนหน้า ที่ร่วงหนักถึง 600 บาท เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า สอดคล้องกับทิศทางตลาดโลกที่ราคาทองคำ Spot (XAU/USD) เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 4,139 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงจากระดับ 4,191 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันก่อนหน้า

เฟดส่งสัญญาณ "Higher for Longer" กดดันทองคำต่อเนื่อง

'อารีรัตน์ มุราชัย' หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) เปิดเผยว่า แรงกดดันต่อราคาทองคำในขณะนี้มาจากท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ยังคงความเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง แม้การประชุมครั้งล่าสุดจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามคาด แต่ Dot Plot ยังสะท้อนโอกาสที่เฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ Kevin Warsh ประธานเฟด ยังให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับแนวคิด "ดอกเบี้ยสูงเป็นเวลานาน" (Higher for Longer) ซึ่งหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ยืนในระดับสูง และเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อราคาทองคำ

จับตา 3 ปัจจัยสำคัญชี้ทิศทางระยะสั้น

1. ดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพถาวร โครงการนิวเคลียร์ และการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยังเป็นประเด็นที่ตลาดติดตามอย่างใกล้ชิด แนวโน้มการเจรจาที่ดีขึ้นถือเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพตลาดพลังงานโลก แต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจสร้างความผันผวนได้ตลอดเวลา

2. ตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ของสหรัฐฯ
หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด อาจยิ่งตอกย้ำแนวคิด Higher for Longer และสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อทองคำ

3. ดัชนี PCE Price Index มาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ
หากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาด ตลาดอาจกังวลว่าเฟดจะเดินหน้าคุมเข้มต่อ แต่หากชะลอตัวลง อาจเปิดทางให้เกิดแรงซื้อกลับในตลาดทองคำได้บางส่วน

แนวรับ-แนวต้านสำคัญที่ต้องจับตา

ฝ่ายวิเคราะห์ของ GCAP GOLD ระบุว่าภาพรวมราคาทองคำยังอยู่ในแนวโน้มขาลง เนื่องจากยังไม่สามารถยืนเหนือโซนต้านสำคัญที่ $4,330 (ทองไทยประมาณ 67,500 บาท) ได้ อย่างไรก็ตาม หากราคายังรักษาแนวรับที่ $4,090 (ทองไทยประมาณ 63,700 บาท) ไว้ได้ มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านที่ $4,260 และ $4,330 ตามลำดับ

ทั้งนี้ หากราคาหลุดต่ำกว่า $4,090 นักวิเคราะห์แนะให้ระวังแรงขายที่อาจกดดันราคาลงสู่แนวรับถัดไปที่ $4,038 และ $4,000 (ทองไทยประมาณ 63,000 บาท)

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนระยะสั้นรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวใกล้แนวรับสำคัญ ขณะที่ผู้ที่มีสถานะซื้ออยู่แล้วควรทยอยแบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาเข้าใกล้โซน $4,260–$4,330 เพื่อลดความเสี่ยงจากแรงขายทางเทคนิคที่ยังคงหนาแน่น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์