ทองคำยังเปราะบาง! GCAP GOLD แนะจับตาเฟด-เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชี้ชะตา ลุ้นยืนเหนือ $4,000

30 ต.ค. 2569 - 11:30

  • ทองไทยลด 550 บาทในวันเดียว ล่าสุดขายออกบาทละ 63,850 บาท

  • GCAP GOLD ชี้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเฟดเดือนธันวาคม

  • แนะรอทองสร้างฐาน จับตาแนวรับ 3,950 ดอลลาร์ หากยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ได้ ลุ้นทดสอบ 4,100 ดอลลาร์

ทองคำยังเปราะบาง! GCAP GOLD แนะจับตาเฟด-เงินเฟ้อสหรัฐฯ ชี้ชะตา ลุ้นยืนเหนือ $4,000

ราคาทองคำในประเทศยังเผชิญแรงกดดัน โดยข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำประจำวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 11.05 น. (ครั้งที่ 7) ทองคำแท่ง 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 63,550บาท และขายออกบาทละ 63,750 บาท โดยปรับลดลง 50 บาทจากประกาศครั้งก่อน และลดลง 650 บาทเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า

ด้าน GCAP GOLD ประเมินว่า ราคาทองคำโลกยังมีความผันผวน แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด แต่ความกังวลเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ตลาดยังไม่ตัดความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคม โดยต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้ง GDP และดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

‘อารีรัตน์ มุราชัย’ หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า การประชุมเฟดเมื่อวันที่ 27–28 ตุลาคม 2569 มีมติ 10 ต่อ 2 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.75–4.00% โดยมีกรรมการ 2 คนเห็นควรให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% สะท้อนให้เห็นว่าภายในคณะกรรมการเฟดยังมีมุมมองแตกต่างกันต่อทิศทางนโยบายการเงิน

แม้การคงดอกเบี้ยจะช่วยลดแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ยในระยะสั้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้แนวโน้มราคาทองคำกลับมาเป็นบวกอย่างชัดเจน เนื่องจากเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงอาจทำให้เฟดจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินอย่างเข้มงวดต่อไป

หากข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด จะเพิ่มโอกาสที่ตลาดให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ซึ่งอาจหนุนค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำเพิ่มขึ้น และจำกัดโอกาสการฟื้นตัวของราคา

สำหรับปัจจัยที่ตลาดจับตาในระยะถัดไป ได้แก่ การประกาศประมาณการ GDP เบื้องต้นของสหรัฐฯ และดัชนี PCE เดือนกันยายน ซึ่งมีกำหนดประกาศวันที่ 29 ตุลาคม 2569 โดยตลาดคาดการณ์ว่า GDP จะขยายตัว 3.2% เพิ่มขึ้นจาก 2.2% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ดัชนี PCE คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% จาก 0.2% ในเดือนสิงหาคม

หากตัวเลขออกมาตามคาดหรือสูงกว่าคาด อาจสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม ในทางกลับกัน หากเงินเฟ้อชะลอตัวลง จะช่วยลดแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด และอาจส่งผลให้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์อ่อนตัวลง เปิดโอกาสให้ทองคำฟื้นตัวได้

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ยังคงเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม เนื่องจากหากสถานการณ์รุนแรงขึ้นจนกระทบเส้นทางขนส่งพลังงาน อาจกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ก็อาจเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อและทำให้เฟดมีแนวโน้มคงนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันต่อทองคำอีกด้านหนึ่ง

ทองยังต้องรอสร้างฐาน วางกรอบ 3,950–4,100 ดอลลาร์

GCAP GOLD ประเมินว่า โครงสร้างราคาทองคำระยะสั้นยังอยู่ในภาวะอ่อนแอ หลังราคาปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 4,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์นี้ไว้ที่ 3,950–4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 63,200–65,300 บาท

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้รอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาสามารถสร้างฐานบริเวณ 3,960 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราคาทองคำไทยประมาณ 63,300 บาท พร้อมรอสัญญาณฟื้นตัว โดยหากราคาสามารถกลับมายืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างต่อเนื่อง หรือเทียบเท่าราคาทองคำไทยประมาณ 64,200 บาท จะเพิ่มโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 65,300 บาท

อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ 3,950 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราคาทองคำไทยประมาณ 63,000 บาท แนะนำให้ลดความเสี่ยงและรอประเมินการสร้างฐานราคาใหม่

ทั้งนี้ ทิศทางทองคำในระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และท่าทีของเฟดเป็นสำคัญ นักลงทุนจึงต้องติดตามทั้งสัญญาณเงินเฟ้อ ค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ควบคู่กับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภั

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์