ป.ป.ช.ส่งมอบทองคำ 1.5 พันล้านบาทเข้าคลัง หลังศาลสั่งตกเป็นของแผ่นดิน คดี “อดีตอธิบดีสรรพากร ร่ำรวยผิดปกติ”
คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีสำคัญด้านปราบปรามทุจริตเชิงทรัพย์สิน ที่มีจุดเริ่มต้นจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของ สาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ภายหลังพ้นจากตำแหน่ง โดยคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559 ชี้มูลความผิดในคดีร่ำรวยผิดปกติ
การไต่สวนพบว่า มีรายการสั่งซื้อทองคำแท่งในชื่อนายสาธิต รวม 15 รายการ จากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง รวมปริมาณทองคำประมาณ 20,976 บาททองคำ มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่ง ป.ป.ช. เห็นว่าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นผิดปกติ และได้มาโดยไม่สมควร สืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
ต่อมา ศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ 1256/2567 ให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ถือเป็นการสิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมาย และเปิดทางให้รัฐดำเนินการรับโอนทรัพย์สินอย่างเป็นทางการ
ล่าสุดวันนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. โดยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้คณะผู้บริหารระดับสูง ดำเนินการส่งมอบทองคำแท่งตามคำพิพากษาศาลให้แก่กระทรวงการคลัง โดยมี กรมธนารักษ์ เป็นผู้รับมอบ เพื่อดำเนินการให้ตกเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินอย่างสมบูรณ์
การส่งมอบครั้งนี้สะท้อนขั้นตอนสุดท้ายของคดีทุจริตเชิงทรัพย์สินขนาดใหญ่ ที่ใช้เวลายาวนานเกือบ 10 ปี ตั้งแต่การชี้มูลความผิดจนถึงคำพิพากษาถึงที่สุด
ในมิติทางเศรษฐกิจ ทรัพย์สินมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาทที่กลับคืนสู่รัฐ ถือเป็นการเพิ่มสินทรัพย์ของแผ่นดินโดยตรง และตอกย้ำกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยเฉพาะในหน่วยงานจัดเก็บรายได้สำคัญอย่างกรมสรรพากร
การส่งมอบทรัพย์สินในวันนี้จึงถือเป็นขั้นตอนตามคำพิพากษาศาลที่มีผลผูกพันถึงที่สุด และเป็นการโอนทรัพย์เข้าสู่การดูแลของกระทรวงการคลังอย่างเป็นทางการ
ขั้นตอนหลังจากนี้เป็นการดำเนินการตามระเบียบของกรมธนารักษ์ ภายใต้กรอบกฎหมายที่ศาลมีคำพิพากษาไว้แล้ว




