รัฐบาลประกาศสู่ดิจิทัล เส้นตาย 1 ปี รื้อระบบ กฎหมาย เชื่อมข้อมูล

21 ก.ย. 2569 - 15:38

  • 58 เอกสาร คือ จุดเริ่ม ไม่ใช่จุดจบ เป้าหมายจริงคือเปลี่ยนจากรัฐที่รอรับเอกสาร เป็นรัฐที่ใช้ข้อมูลของตัวเอง

  • GDX ต้องชนกับกฎระเบียบ ต่อให้ระบบเชื่อมกัน แต่ถ้าระเบียบยังบังคับให้แนบสำเนา เจ้าหน้าที่ก็ยังต้องขอ

  • รัฐรู้มากขึ้น ประชาชนต้องมีสิทธิรู้ด้วย ยิ่งข้อมูลเชื่อมกันมาก ความปลอดภัย สิทธิการเข้าถึง และการตรวจสอบว่าใครใช้ข้อมูลจึงสำคัญไม่แพ้ความเร็วของบริการ

รัฐบาลประกาศสู่ดิจิทัล เส้นตาย 1 ปี รื้อระบบ กฎหมาย เชื่อมข้อมูล

รัฐบาลประกาศ สู่ รัฐบาลดิจิทัล

รัฐบาล ประกาศนโยบาย พัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศ รัฐบาลในที่นี้ ย่อมหมายถึง ระบบราชการ และรัฐวิสหากิจ ทั้งระบบ ไปสู่ดิจิทัล ความจริงประเทศไทย มีการพัฒนารัฐดิจิทัลมานานแล้ว มีสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ที่เคยอยู่ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แล้วย้ายไปอยู่กับสำนักนายกรัฐมนตรี ล่าสุดย้ายกลับมาอยู่กับกระทรวงดีอีอีกครั้ง หลังจาการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลประกาศนโยบายรัฐบาลดิจิทัล ออกมาอย่างชัดเจน มาดูกันว่า รัฐบาลดิจิทัล ของรัฐบาลนี้ ดิจิทัล อะไร แบบไหน และอย่างไร เริ่มจาก

สั่งการให้ 163 หน่วยงานรัฐ ยกเลิกการเรียกรับเอกสาร 58 รายการจากประชาชนภายใน 1 ปี  ไม่ได้เป็นเพียงแค่การอำนวยความสะดวก แต่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) อย่างเต็มรูปแบบ การเปลี่ยนจาก จาก PaperlessData-driven Government

การยกเลิกเอกสาร 58 รายการไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย แต่เป็นผลลัพธ์ของการทำให้ฐานข้อมูลรัฐเชื่อมถึงกัน หากประชาชนเคยยื่นสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือเอกสารที่หน่วยงานรัฐเป็นผู้ออกเอง นั่นสะท้อนว่า รัฐยังไม่สามารถใช้ข้อมูลของตัวเองข้ามหน่วยงานได้

ดังนั้นโจทย์จริงจึงไม่ใช่ “จะสแกนเอกสารอย่างไร” แต่คือ “รัฐจะรู้ได้อย่างไรว่าคนคนนี้คือใคร และมีสิทธิอะไร โดยไม่ต้องให้ประชาชนนำหลักฐานมายืนยันซ้ำ”

ทลายไซโลระหว่างหน่วยงาน โจทย์ใหญ่ของรัฐราชการไทยคือปัญหา "ไซโล" (Silo) หรือการหวงแหนข้อมูลระหว่างกระทรวง ผลักดันระบบ GDX (Government Data Exchange) เป็นแกนกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล จุดเปลี่ยนอยู่ที่ “ความรับผิดชอบ” ถูกย้ายจากประชาชนไปอยู่กับรัฐบาล

ระบบราชการแบบเดิมมีตรรกะประมาณว่า ประชาชนต้องพิสูจน์ตัวเอง โดยเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารที่รัฐบาลให้บริการ แต่ Digital Government กำลังพยายามเปลี่ยนเป็น รัฐยืนยันตัวตนจากฐานข้อมูล ของหน่วยงานที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทั้งหมด คือ รัฐบาลเป็นคนให้บริการ

นี่เป็นการเปลี่ยน User Experience ของประชาชนกับรัฐ โดยตรง ประชาชนไม่ควรต้องเป็น “เจ้าหน้าที่ธุรการของรัฐบาล” ที่คอยถือแฟ้มเอกสารจากกรมหนึ่งไปอีกกรมหนึ่ง เพียงเพราะฐานข้อมูลของรัฐไม่คุยกัน

“GDX” อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

สิ่งที่ต้องระวังคือการเข้าใจว่า เชื่อมระบบได้ เท่ากับรัฐบาลดิจิทัลสำเร็จจริง ต้องทำให้ ข้อมูลถูกต้องและเป็นปัจจุบันหรือไม่ ระบบต่างหน่วยงานคุยกันได้จริงหรือไม่ ใครมีสิทธิใช้ข้อมูลอะไร เพื่อวัตถุประสงค์ใด สุดท้ายประชาชนได้รับบริการเร็วขึ้นจริงหรือไม่ถ้า GDX เชื่อมได้ แต่ข้อมูลผิด หรือเจ้าหน้าที่ไม่กล้าใช้ข้อมูลดิจิทัล เพราะกลัวรับผิด ก็ยังกลับไปสู่การขอสำเนากระดาษเหมือนเดิม

กิโยตินกฎระเบียบ (Regulatory Guillotine)

ส่วนราชการ 163 หน่วยงาน ต้องเร่งรื้อระเบียบภายในของตนเองที่ยังระบุให้ "ต้องแนบสำเนาพร้อมลายเซ็นรับรอง" หากกฎหมายลูกเหล่านี้ไม่ถูกแก้ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ให้เจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบดิจิทัลทั้งหมด จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ (เช่น เครื่องอ่านบัตรสมาร์ทการ์ด แท็บเล็ต) และโครงข่ายอินเทอร์เน็ตที่เสถียรในทุกจุดบริการทั่วประเทศ

ความปลอดภัยทางไซเบอร์และ PDPA เมื่อข้อมูล 58 รายการ รวมถึงข้อมูลละเอียดอ่อน (เช่น ทะเบียนหย่า สูติบัตร หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน) วิ่งผ่านระบบส่วนกลาง การออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยและการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของเจ้าหน้าที่ (Authorization) เพื่อป้องกันการรั่วไหล จะเป็นบททดสอบสำคัญของความเชื่อมั่นจากภาคประชาชน

มาตการคราวนี้ คือ บังคับให้เกิด การเปลี่ยนผ่าน ทำให้ประชาชนไม่ต้องยืนยันตัวตนซ้ำซากกับรัฐ น่าจะทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลของหน่วยราชการ เกิดขึ้นได้จริง ทำให้ฐานข้อมูลภาครัฐแข็งแรงมากขึ้น

ความท้าทาย คือ ต้องปรับทัศนคติ มุมมอง ข้าราชการ ลูกค้า ของหน่วยงานให้รองรับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้จริง  และต้องมีงบประมาณเพียงพอที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงซึ่งน่าจะมีการทำไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีแล้ว ความท้าทายคือ ทำให้เสร็จทั้งหมดใน 1 ปี จะทำได้หรือไม่ 

ยังมีเรื่องสำคัญที่รัฐบาล ต้องทำให้ชัดเจนประเด็นที่ประชาชนจะตั้งคำถามเช่น“อำนาจเหนือข้อมูล” เมื่อรัฐเชื่อมฐานข้อมูลกันมากขึ้น คำถามสำคัญจะเปลี่ยนจาก “รัฐมีข้อมูลหรือยัง?” เป็น “ใครมีสิทธิ์เห็นข้อมูลอะไร และใช้เพื่ออะไร?”

นี่ทำให้ Cybersecurity, PDPA, Identity Management และ Audit Log กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลดิจิทัล ไม่ใช่เรื่องไอทีเบื้องหลังอีกต่อไป

ประชาชนควรสามารถตรวจสอบได้ด้วยว่า หน่วยงานใดเข้าถึงข้อมูลของตน เมื่อไร และเพื่อวัตถุประสงค์อะไร โดยเฉพาะข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูง

รัฐบาลดิจิทัล ของรัฐบาลนี้ กำลังเปลี่ยนมุมมอง จาก “ประชาชนถือเอกสาร” สู่ “รัฐถือข้อมูล” รื้อระบบราชการ 163 หน่วยงาน เลิกเรียก 58 เอกสาร ทดสอบครั้งใหญ่ว่า Digital Government ไทยจะเชื่อมข้อมูลได้จริงหรือไม่

ถ้ารัฐบาลเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัลไม่ได้จริง นอกจากระบบราชการจะยังคงเดินถอยหลังในยุคสมัยที่เทคโนโลยีมาเปลี่ยนแปลงแทบทุกส่วนของสังคม ปฎิเสธไม่ได้ว่า นี่คือ กลไกสำคัญ ที่จะชี้ขาดว่า ประเทศไทย มีความพร้อมที่จะเข้าสู่ OECD หรือไม่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์